Recent Posts

iOS/iPadOS 14.5 is out, Update now

iOS/iPadOS 14.5 ออกแล้วนะครับ ควร update อย่างยิ่ง เราสามารถไม่ให้ App ต่าง ๆ Track เราได้ โดยเฉพาะ Facebook

วิธีการปิด Tracking

  • เข้า Settings
  • Privacy
  • Tracking
  • “Allow Apps to Request to Track” ปิดมันซะ (ตามรูปข้างล่างนี้)

เพียงเท่านี้ เท่านี้ App ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถ Track ตามติดการใช้งานของคุณได้ โดยเฉพาะการเอาโฆษณามายัดเยียดให้ตามสิ่งหรือเรื่องราวที่คุณเปิดดู (จะเห็นชัดมากโดยเฉพาะกับ Facebook) ใครยังไม่ update ไม่ต้องรอช้าครับ ดีกว่าแน่นอน

ดูวีดีโอข้างล่าง เพื่อความเข้าใจว่าทำไม ข้อมูลการใช้งาน App ของคุณ ควรเป็นของคุณเท่านั้น ไม่ควรให้คนพัฒนา App เอาไปขายต่อ

Privacy | App Tracking Transparency | Apple

Timeline and Privacy

ช่วงนี้ ต้นเดือนเมษายน 2021 #Covid19 ระบาดหนักเป็นรอบที่ 3 และมีการพูดถึงเรื่อง Timeline ของผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อแล้วหลาย ๆ คน ทั้งดารา นักร้อง คนดัง รวมไปถึงนักการเมือง ส่วนใหญ่ก็ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลอยู่แล้วว่าไปไหนมาบ้าง แต่ก็มีบ้างที่ไม่ยอมเปิดเผย เพราะอาจจะไปอยู่ในที่อโคจรแถว ๆ ซอยทองหล่อ ตามที่เป็นข่าว ก็เลยต้องปกปิดกันไป

และเนื่องจากเรื่อง Timeline นี่เอง ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ใช้ Google Maps บน Smartphone อาจจะไม่รู้ว่า ตัวระบบมันจะบันทึก Timeline ในรูปแบบของสถานที่ที่คุณเดินทางไป ในระหว่างการใช้งาน Google Maps ในการนำทาง ซึ่งค่าโดยปริยาย (Default) นั้นจะเปิด (On) เอาไว้

แต่ผมเลือกที่จะปิดมัน ไม่ให้ Google บันทึกสถานที่ที่ผมเดินทางไป สาเหตุหลักก็เพราะว่าไม่อยากให้ Google เอาข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับการเดินทางของผม ไปใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจของเค้าในด้านต่าง ๆ อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ และผมมองว่ามันคือการละเมิดความเป็นส่วนตัว (Privacy) ที่ทำไมจะต้องอนุญาตให้ใครก็ไม่รู้มารู้ว่าเราไหนบ้าง

ผมก็เลยเลือกที่จะปิดมันเอาไว้ตลอดตามรูปข้างล่างนี้ ซึ่งคุณก็สามารถเลือกที่จะปิดมันได้เหมือนกับผมด้วยวิธีการง่าย ๆ

  1. เข้า App Google Maps บน iPhone หรือ Android ของคุณ
  2. กดที่ account ของคุณทีมุมบนขวา แล้วเลือกเมนู “Your Timeline”
  3. ถ้ามันเปิดอยู่ (On) ก็เปลี่ยนเป็น ปิด (Off) มันซะ
  4. เท่านี้ก็เรียบร้อย

* การเข้าถึงเมนูนี้อาจจะแตกต่างกันในแต่ละ OS หรือเครื่อง Smartphone ที่คุณใช้

อย่างไรก็ตาม บางท่านอาจจะทำอาชีพที่ต้องใช้แผนที่ในการทำงาน เช่น พนักงานส่งของที่เรียกว่า Rider หรือพนักงานขับรถบริการแท๊กซี่ ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องเปิด Timeline เอาไว้ เพื่อช่วยเหลือในการค้นหาเส้นทางและทำมาหากิน

Google Maps

ลองดูนะครับ เผื่อว่าจะมีคนคิดเหมือนผมบ้าง Google ได้ข้อมูลของเรามาเกินไปแล้ว อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ต้องให้เค้าก็น่าจะดีกว่า และขอให้ทุกท่านปลอดภัย ปลอดโรค

* ผมนั้นใช้ iPhone แต่ก็ไม่ได้ใช้ Apple Maps ที่ติดมากับตัว iOS ที่แน่นอนว่าปลอดภัยกว่า ไม่โดนล้วงข้อมูลใด ๆ แต่เพราะตำแหน่งหรือสถานที่ต่าง ๆ ในไทยของ Apple Maps ยังไม่พร้อมหรือยังไม่เยอะมาก บางครั้งหาอะไรไม่ค่อยจะเจอ ก็เลยยังใช้ Google Maps อยู่

no Privacy with Google

วันนี้ (5 ก.พ. 2017) ผมได้เดินทางมากรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียอีกครั้ง หลังจากที่เคยมาครั้งล่าสุดเมื่อปี 2008 ซึ่งอะไร ๆ ก็คงเปลี่ยนไปมากมาย ยกเว้นการจราจรทียังติดขัดเหมือนเดิม 🙂

I came back to Jakarta Indonesia today (Feb 5th, 2017). After last visit in 2008. Lots of changed, but traffics still the same. 🙂

ครั้งนี้ที่ออฟฟิศจองโรงแรม Mandarin Oriental เอาไว้ให้ พร้อมกับให้ทางโรมแรมเตรียมรถมารับที่สนามบินด้วย พอถึงสนามบินจาการ์ตา ผมผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า ผ่านด่านศุลกากร เดินออกมาแลกสตางค์นิดหน่อย แค่พอติดกระเป๋า (ที่เหลือจะไปแลกในเมือง) เดินออกมาเพื่อจะหาคนจากโรงแรมที่จะมารับ เดินออกมาได้ 3-5 ก้าว ผมกำลังมองหาคนของทางโรงแรม จู่ ๆ คนของทางโรงแรมก็เดินเข้ามาพร้อมป้ายของโรงแรม และทักทาย

The office book me at Mandarin Oriental Hotel, with airport pick-up. Landed at Jakarta International Airport. Went through Immigration process, got the luggage, customs check. Exchange a small amount of money and then looks for hotel staff. Just a little of 3-5 steps walk.  The hotel staff immediately walks to me and greet:

เค้า/him: Welcome to Indonesia, Mr. Somphop
ผม/me: (งงเล็กน้อย/confused) Oh… Thank you. How do you know me?
เค้า/him: I have your photo.
ผม/me: How?
เค้า/him: I Googling you, search your last name and your photo pop-up.
ผม/me: Oh….. that…. is good, very smart……

การพูดคุยกันจบแค่นั้น เพราะผมและเค้าเดินมาถึงรถ Silver Bird* (ชื่อของรถแท๊กซี่อินโดนีเซีย) ที่เป็นรถเมอร์ซิเดซเบนส์สีดำ ผมก็ขึ้นรถและเดินทางต่อไปโรงแรม ก่อนจากผมก็ขอบคุณเค้าอีกครั้งที่ไปรอรับผมที่หน้าทางออก

That’s all for the conversation with this guy as we reached to the taxi. Thanks him again. Got into “Silver Bird” taxi (it’s actually Black Mercedes) and head to the hotel.

สักพักนั่งรถมาถึงโรงแรม โชคดีที่รถไม่ติดมากใช้เวลาประมาณ 30 นาที ที่หน้าโรงแรม มีเจ้าหน้าที่โรงแรมผู้หญิงยืนรอรับอยู่แล้ว และแน่นอนเค้าทักทายผมทันทีที่เปิดประตูลงมา Welcome to Mandarin Oriental Mr.Somphop เอ่อ… ผมไม่ต้องถามแล้วว่าทำไมถึงได้รู้ว่าเป็นผม เค้าคงทำงานกันเป็นทีม ^__^ ขอบคุณและทักทายกันไป

Today is Sunday, traffic was not bad. Only 3o minutes from Airport to Hotel. The hotel receptionist is ready to greet me on the side way. As I step out of the taxi. She greet me “Welcome to Mandarin Oriental Mr.Somphop”. I don’t need to ask how she’s know me. Yeah, they work as a team.  I thanks her and proceed to the hotel entrance.

เดินเข้าไปในในโรงแรม เธอบอกว่า ไม่ต้องเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ไปที่ห้องได้เลย เธอได้เตรียมทุกอย่างพร้อมไว้หมดแล้ว เธอพาเดินตรงไปที่ลิฟต์และขึ้นสู่ชั้น 11 พร้อม ๆ กับผู้ชายอีกคนที่นำกระเป๋าเดินทางขึ้นมาให้ เมื่อถึงห้อง เธอเปิดประตูห้องให้และเชิญให้นั่งที่เก้าอี้ เพื่อเซนต์ชื่อในเอกสารที่เธอเตรียมมา พร้อม ๆ กับอธิบายนู่นนี่นั่นตามปกติของการเข้าพักห้องพักในโรงแรม เด็กยกกระเป๋าเทน้ำผลไม้ที่เป็น Welcome Drink ให้ในแก้ว จนเสร็จสิ้นการเช็คอิน เธอกับเด็กยกกระเป๋าก็ขอตัวออกจากห้องไป

While we’re get into the hotel. She said “let’s go to your floor, and check-in in your room. I’ve everything ready for you Sir”. The bell boy carry my suitcase along with us. We reached 11th floor, she open room’s door.  Invite me to sit and have me signed check-in form. The bell boy preparing a welcome drink. She provide me all necessaries information, both are leave the room.

ผมเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า รายงานตัวกับเจ้านายที่บ้าน ล้างหน้าล้างตาเล็กน้อย หิวมาก ๆ เพราะเป็นเวลาบ่าย 2 โมงกว่า ๆ แล้ว ก็เลยลงลิฟต์ไปเพื่อจะไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม (ฝั่งตรงข้าม แต่สะพานลอยอยู่ไกลมาก ๆ) พอเดินออกจากลิฟต์ กำลังเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่ออยากจะขอให้ช่วยเรียก Taxi ให้  พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ทักมาก่อนเลย Good Afternoon Mr.Somphop (เอ่อ ทำงานเป็นทีมจริง ๆ ด้วย) How can I help you? เอ่อ… ทุกคนในโรงแรมคงจะรู้จักผมทุกคน 🙂

ผมบอกความจำนงไป เธอก็พาเดินออกไปที่หน้าโรงแรม จัดแจงให้พนักงานเรียกรถ Silver Bird ให้ แต่รอบนี้เป็นรถตู้ 7 ที่นั่ง และแจ้งอีกว่า ในวันเสาร์อาทิตย์ โรงแรมมีบริการพิเศษ ไม่ต้องจ่ายค่า Taxi รวมถึงขากลับด้วย (ต้องกลับมาถึงก่อน 3 ทุ่ม) เพียงนั่งรถกลับมา แล้วแจ้งเลขที่ห้องพัก ทางโรงแรมจะจัดการจ่ายค่ารถให้เอง เจ๋งเป้ง

Its time to unpack, clean up myself, call the Boss at home :-). Its 2:30 pm, so hungry. Get down to the lobby, walk to the reception counter. The lady immediately greet me “Good Afternoon Mr.Somphop, how can I help you?”. Really? You guy are really work as a team. May be everyone at the hotel know me now. 🙂

I told her “I’d like to go the mall just opposite the hotel”. Opposite, yes but can’t walk. Crossover bridges are very far from the hotel. She helps me to get a Taxi (Silver Bird again, but this time is a mini van). She continued, we’ve a complementary taxi services for you. Free ride to anywhere in Jakarta on the weekend. You can just ride, we will covered it for you. Including the one you took back (must be before 9 pm), when arrived just tell your room number to the bell boy. They will sort it out for you. Wow. What a wonderful services.

บริการอื่น/Other Service:

  • ผมสามารถเลือกได้ว่า จะกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารชั้น G, ห้องอาหารชั้น 21 สำหรับ Executive Floor หรือจะสั่งมากินที่ห้องก็ยังได้ (ราคาห้องพักรวมอาหารเช้าแล้ว). Breakfast will be serve on the G floor, On the Executive Floor (21st), or I can just have it in the room. Just let them know.

 

ประเด็นของเรื่องเล่ายืดยาววันนี้ คือประโยชน์และความน่ากลัวของ Google จริง ๆ ผมลองไป Search นามสกุลผมดูบ้าง เจอข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมเยอะพอสมควร มีลิงค์ไปที LinkedIn ด้วย และยังมีระบบที่คล้าย ๆ กับ LinkedIn ที่ผมไม่เคยรู้จักโผล่มาด้วย พร้อมกับประวัติการทำงานผมทั้งหมด (ที่เกือบจะ update) และยังไปเจอชื่อผมจาก blog ที่เพื่อนชาวกัมพูชาเขียนเอาไว้เมื่อหลาย ๆ ปี (2008) ก่อนโผล่มาด้วย และอีกมาก

Google มันช่างมีประโยชน์และน่ากลัวมาก ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ของตัวเราอยู่ที่ตรงไหน ความลับไม่มีในโลกจริง ๆ

The conclusion is that now we can’t have any privacy on the Internet. Anyone will able to find you on Google. Search my last name on Google, found lots of information. There is a link to my LinkedIn account, link to website that similar to LinkedIn which I don’t even know it. Link to my Cambodian friend blog post from 2008, which mentioned my name. And much more.

Google is very useful and scary at the same time. There is no Privacy, everyone is watching you.

 

*รถ Taxi ของที่อินโดนีเซียมีชื่อเรียกตามเกรดหรือระดับของความหรูหรา ตั้งแต่ Blue Bird, Silver Bird (Executive), Golden Bird (Limousine) ซึ่งจะพบเห็นได้มากที่สุด และยังมีบริการ Taxi ของบริษัทอื่น ๆ อีก รวมไปถึง Grab และ Uber ด้วย