Recent Posts

Apple ประกาศจะถ่ายทอดสดงาน WWDC 2014

งาน World Wide Developer Conference 2014 (WWDC 2014) ที่ Apple จัดติดต่อกันทุกปี ปีนี้จะเป็นปีที่ 19 ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายน 2014 ที่อาคาร Moscone West ที่ San Francisco เช่นเคย ประวัติศาสตรหน้าใหม่ของการจัดงาน WWDC เกิดขึ้นทุกปี ซึ่งก็คือความรวดเร็วของการขายตั๋วเข้าร่วมงาน ที่หมดอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปี 2013 นั้น ตั๋วเข้าร่วมงานกว่า 5,000 ใบ ราคาเกือบ $1,500 ถูกจองและขายหมดไปภายในระยะเวลา 2 นาทีเท่านั้น

ปีนี้ ทาง Apple จึงเปลี่ยนเป็นการให้ลงชื่อจองเข้าร่วมงาน และจะทำการสุ่มผู้โชคดี 5,000 คนที่จะมีโอกาสซื้อตั๋วเข้าร่วมงาน ซึ่งตั๋วเข้าร่วมงานของปีนี้ราคา $1,599 ที่จะได้เข้าร่วมการอบรมเข้มข้นในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับ iOS และ Mac OS X

ในงาน WWDC 2014 ปีนี้ คาดว่าจะมีการเปิดตัว iOS 8 และ Mac OS 10.10 (ที่ยังไม่ได้มีการกำหนดชื่ออย่างเป็นทางการ) ยังไม่สามารถบอกได้ว่า Apple แอบอุบการเปิดตัวสินค้าอื่น ๆ อีกหรือไม่ ซึ่งที่พวกเราลุ้นกันมากที่สุดก็คือการเปิดตัว iPhone 6 ที่มีข่าวลือกันมากที่สุดในขณะนี้

และสุดท้ายทาง Apple ประกาศแล้วว่าจะทำการถ่ายทอดสดงานนี้ให้ได้ชมพร้อม ๆ กันทั่วโลก ในวันที่ 2 มิถุนายน 2014 เวลา 10:00น. ตามเวลาท้องถิ่นของ San Francisco ซึ่งจะตรงกับเวลาหลังเที่ยงคืนของคืนวันที่ 2 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย การที่จะชมการถ่ายทอดสดได้ จะต้องใช้โปรแกรม Safari 4 บน Mac OS X 10.6 ขึ้นไป หรือ Safari บน iOS 4.2 ขึ้นไป หรือ QuickTime 7 บน Windows และสำหรับ Apple TV รุ่นที่ 2 ขึ้นไปที่ใช้ OS 5.2 ขึ้นไปครับ

เอาไว้พบกันในวันถ่ายทอดสดนะครับ ถ้าผมไม่ขี้เกียจจนเกินไป อาจจะทำการ Tweet สด ๆ ให้อ่านกันบ้างครับ ที่: twitter.com/tpugorg

ข้อมูลเพิ่มเติม: developer.apple.com/wwdc

 

WWDC 2013 วันนี้จะมีอะไร?


จะมีอะไรใหม่บ้าง iOS 7 จะออกมามีหน้าตา (Interface) แบบใหม่อย่างไรบ้าง รอดูกันคืนนี้ครับ จากข่าวลือที่ว่าจะมีการออกแบบใหม่เป็นแบบราบเรียบ (Flat) และเน้นโทนสีขาว/ดำ นั้นจะจริงหรือไม่ (มีข่าวของต่างประเทศที่ John Gruber ออกมาบอกว่าไม่จริงด้วยนะครับ) และจะมีการเปิดตัว Hardware อะไรใหม่บ้าง เอาเป็นว่ารอดู/ฟัง/อ่านข่าวคืนนี้กันนะครับ

* งาน WWDC 2013ที่จะมีการนำเสนอ (Keynotes) ในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน เวลา 10:00น. ตามเวลาท้องถิ่นของอเมริกา ซึ่งจะตรงกับเวลาประมาณเที่ยงคืนของคืนวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ตามเวลาของประเทศไทยครับ

Apple เริ่มตกแต่งสถานที่จัดงาน WWDC 2013 แล้ว

ภาพจาก iClarified.com

ตามรูปข้างบนเลยครับ ตอนนี้ Apple เริ่มทำการตกแต่งอาคาร Moscone West ที่เป็นสถานที่จัดงาน WWDC 2013 แล้ว สีสรรของปีนี้สดใสจริง ๆ มารอลุ้นกันว่าวันงาน WWDC 2013 จะมีการเปิดตัวอะไรใหม่ ๆ บ้างนะครับ ที่แน่ ๆ ก็คงจะมี iOS 7 แน่นอน

* งาน WWDC 2013ที่จะมีการนำเสนอ (Keynotes) ในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน เวลา 10:00น. ตามเวลาท้องถิ่นของอเมริกา ซึ่งจะตรงกับเวลาประมาณตีหนึ่งของคืนวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ตามเวลาของประเทศไทยครับ

ที่มา: iClarified.com

สรุปข่าว WWDC 2012: iOS 6

ผ่านไปแล้วสำหรับการเปิดงาน World Wide Developer Conference 2012 ที่ Apple จัดไปเมื่อเวลาหลังเที่ยงคืนของคืนวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่ง Apple ก็เปิดตัว Macbook Air และ Macbook Pro รุ่นใหม่ ซึ่งเนื้อหาไม่อยู่ในส่วนที่เว็บเราครอบคลุม จึงขอให้ไปติดตามอ่านได้จากเว็บ Mac อันดับหนึ่งของประเทศไทยที่ www.freemac.net นะครับ

ในงานเดียวกันนี้ ไม่มีการเปิดตัวหรือเผยข้อมูลของ iPhone รุ่นใหม่อย่างที่คาดการณ์กันเอาไว้ แต่มีการเปิดเผยให้เห็นความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 6 ที่เช่นเคยที่ Apple จะบอกว่า มีความสามารถใหม่ถึง 200 อย่างด้วยกัน แต่นำมาเสนอให้ชมเฉพาะความสามารถที่โดดเด่นเท่านั้น มาว่ากันทีละตัวเลยครับ

Siri กับความสามารถที่สูงขึ้น
ระบบผู้ช่วยเหลือส่วนตัวอย่าง Siri ที่เปิดตัวมาเพียง 8 เดือน มีการปรับปรุงอีกครั้ง ใน iOS 6 จะเพิ่มให้สามารถทำงานกับ new iPad ได้ สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกีฬา (ตรวจผลกีฬาได้ทันที่การแข่งขันจบ), หาข้อมูลร้านอาหารและจองร้านอาหารได้ทันทีจากใน Siri, ค้นหาโรงหนังและข้อมูลของหนัง เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว Siri ยังฝังตัวเข้ากับการทำงานของตัว iOS เต็มรูปแบบยิ่งขึ้น สามารถทำงานร่วมกับความสามารถอื่น ๆ เช่น สั่งให้ Post ข้อความขึ้น Facebook (ที่เกี่ยวข้องกับการรวม Facebook เข้าไว้กับ iOS 6) นอกจากนี้แล้ว Siri ก็รองรับกับภาษาต่าง ๆ มากขึ้น (จีนและเกาหลี) แต่ก็ยังไม่มีภาษาไทยอยู่เหมือนเดิม สุดท้าย Siri สามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นได้ด้วย เราคงต้องนำมาทดสอบดูว่าจะสามารถค้นหาข้อมูลของเมืองไทยได้หรือไม่


ผนวก Facebook เข้ากับ iOS 6

เมื่อปีที่แล้ว Apple ได้ผนวก Twitter เข้าไว้กับ iOS 5 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถ Tweet ข้อความ, รูปภาพ, ลิงค์, หรืออื่น ๆ ขึ้น Twitter ได้อย่างสะดวก มาปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ผู้ใช้จะสามารถแชร์หรือโพส Status ของตัวเองขึ้น Facebook ได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงจะผนวกวันเกิดของเพื่อน ๆ บน Facebook เข้ากับ Calendar ให้โดยอัตโนมัติ (Apple ฆ่าเหล่าโปรแกรมเสริมสำหรับ Sync วันเกิดจาก Facebook เรียบร้อย)


ความสามารถใหม่ของ Phone
สำหรับความสามารถด้านโทรศัพท์ ได้มีการเพิ่มความสามารถใหม่ ๆ เช่น สามารถตอบข้อความกลับไปยังผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาจากหน้าจอโทรศัพท์โดยตรง (ไม่ต้องเข้าโปรแกรม iMessage) ซึ่งสามารถเลือกข้อความสั้น ๆ ที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้า แล้วส่งข้อความนั้น ๆ กลับอย่างรวดเร็วในเวลาที่ไม่สะดวกที่จะรับสาย เช่น “กำลังประชุม เดี๋ยวจะติดต่อกลับไป” เป็นต้น รวมไปถึงความสามารถใหม่อย่าง “Do Not Disturb” ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถปิดการทำงานของโทรศัพท์ได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ในระหว่างประชุม หรือระหว่างที่พักผ่อนตอนกลางคืน แต่จะสามารถเลือกที่รับสายจากบางสายโดยเฉพาะเท่านั้นได้ น่าสนใจมาก ๆ สำหรับ “Do Not Disturb”


FaceTime และ Apple ID ผนวกเข้ากับเบอร์โทรศัพท์
สำหรับผู้ใช้ FaceTime มีการร้องขอกันมามากมายว่าอยากจะใช้งาน FaceTime ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำกัดอยู่แค่เพียงการใช้งานร่วมกับ WiFi เท่านั้น ด้วย iOS 6 คุณทำได้แล้ว FaceTime บน iOS 6 จะสามารถทำงานบนเครือข่ายมือถือได้ด้วย ผ่านระบบ 3G* และนอกจากนี้แล้ว Apple ยังผนวก Apple ID และเบอร์โทรศัพท์ให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งถ้ามีคน FaceTime (หรือ iMessage) เข้ามาหาคุณ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะรับบน iPhone หรือบนเครื่อง Mac หรือ iPad ก็ได้
*จากนี้ไปคุณผู้ชายก็คงจะหนีเที่ยวได้ยากขึ้น เพราะ FaceTime ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำกัดเฉพาะกับ WiFi เท่านั้น


Mobile Safari
ได้มีการปรับปรุง Mobile Safari บน iOS ให้มีความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ iCloud ด้วยความสามารถที่เรียกว่า iCloud Tabs ซึ่งจะเป็นการ Sync ข้อมูลการใช้งาน Safari บนเครื่อง Mac เข้าสู่ iCloud หมายความว่าคุณจะสามารถเปิดเว็บที่เปิดค้างเอาไว้บนเครื่อง Mac ด้วย iPad, iPhone ได้ทันที และ Mobile Safari ยังรองรับการแสดงผลแบบเต็มจอภาพ เพื่อให้ได้พื้นที่การอ่านและดูข้อมูลมากยิ่งขึ้น (ทำได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน)


แชร์รูปภาพจาก  Photo Streams
ความสามารถ Photo Streams นั้นใน iOS 5 เป็นเพียงระบบที่ให้ผู้ใช้ Save รูปภาพที่ถ่ายขึ้น iCloud แบบอัตโนมัติ เพื่อรอการนำเก็บเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่าน iCloud แต่ใน iOS 6 นั้น ผู้ใช้สามารถแชร์รูปใน Photo Streams ให้กับเพื่อนได้ร่วมชื่นชมด้วยได้ ซึ่งเพื่อนของคุณจะได้รับข้อความแจ้ง (Notifications) ให้รู้ว่าคุณได้แชร์รูปให้ดู ซึ่งคุณและเพื่อนของคุณจะสามารถคอมเมนต์รูปภาพนั้น ๆ ได้เหมือนกับที่คุณทำเวลาใช้งาน Facebook นั่นเอง


Mobile Mail
โปรแกรม Mobile Mail ใน iOS 6 เพิ่มความสามารถใหม่คล้าย ๆ กับ OS X 10.8 Mountain Lion ที่สามารถกำหนดอีเมล์ของบุคคลคนสำคัญของคุณ (VIP) ซึ่งคุณจะได้รับข้อความเตือนแบบพิเศษเวลาที่ได้รับอีเมล์จากบุคคคลคนสำคัญคนนี้ของคุณ (จะมีรูปดาวต่อจากชื่อหรืออีเมล์) นอกจากนี้แล้วผู้ใช้จะยังสามารถส่งรูปภาพหรือวีดีโอได้ง่ายยิ่งขึ้น และยังสามารถสั่งให้เช็คเมล์ใหม่ได้ด้วยการลากนิ้วลงมาจากด้านบนของจอภาพ (pull-to-refresh)


Passbook
นี่คือความสามรถใหม่ที่เพิ่งจะเพิ่มเข้ามาใน iOS 6 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่รวบรวมข้อมูลของบัตรสมาชิกต่าง ๆ ของคุณเอาไว้ในที่เดียว ยังรวมไปถึงบัตรขึ้นเครื่องบิน (Boarding Pass), ตั๋วหนัง และอีกมาก ซึ่ง Passbook ยังได้ผนวกการทำงานร่วมกับตำแหน่งที่ตั้ง และการเตือนความจำ (Location, Reminder) ด้วย เช่น เมื่อคุณเดินไปใกล้ร้าน Starbucks สาขาโปรด ก็ให้ส่งเสียงเตือนขึ้นมา พร้อมกับแสดงรายละเอียดของบัตรสมาชิก Starbucks ขึ้นมาบนหน้าจอ และยังรวมไปถึงบริการเกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน ที่จะเตือนเวลาที่ถึงเวลาขึ้นเครื่องบิน พร้อมแจ้งข้อมูลของประตู (Gates) สำหรับเที่ยวบินนั้น ๆ ด้วย


Guided Access

อีกหนึ่งความสามารถใหม่ใน iOS 6 เป็นระบบที่เราสามารถหนดพื้นที่บนจอภาพได้ว่าพื้นที่ส่วนใดที่สามารถจะให้ผู้ใช้เลือกแตะได้ Apple ได้ยกตัวอย่างการใช้งานกับเด็กออทิสติก (Autistic) ซึ่งเราสามารถกำหนดให้เค้าสามารถใช้หรือแตะพื้นที่ใดได้บ้างบนหน้าจอของโปรแกรม หรืออาจจะทำมาประยุกต์ใช้สำหรับเครื่องที่ใช้เป็นเครื่องโชว์สินค้า ที่จะจำกัดพื้นที่ที่ผู้ดูข้อมูล ไม่สามารถแตะปุ่มหรือส่วนของหน้าจอได้มากกว่าที่เรากำหนดเอาไว้ได้


Maps พร้อมกับระบบนำทาง

นี่คือการปรับปรุงครั้งใหญ่นับตั้งแต่ iOS (หรือ iPhone OS) เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งที่ผ่านมา Maps ที่ใช้ใน iOS นั้นเป็นส่วนหนึงของ Google Maps ที่ปรับปรุงมาให้ใช้ได้บน iOS แต่มันเป็นแผนที่เราสามารถใชได้เพียงการอ้างอิง หรือค้นหาสถานที่ได้เท่านั้น สามารถนำทางได้แต่จะไม่มีการบอกเส้นทางด้วยเสียงหรือแนะนำเส้นทางได้เหมือนกับเครื่อง GPS จริง ๆ  แต่ด้วยแผนที่ตัวใหม่ของ iOS 6 สามารถทำงานได้เหมือนกับการมีเครื่อง GPS นำทางได้จริง ๆ ซึ่งสามารถบอกเส้นทางให้เลี้ยวหรือไปตามเส้นทางที่ค้นหามาได้จากดาวเทียม GPS (turn-by-turn navigation) ซึ่งจะมีเสียงพูดนำทางตลอดเวลาเหมือนเครื่อง GPS และแน่นอนเสียงที่พูดนั้นก็คือเสียงของ Siri นอกจากนี้แล้วแผนที่ชุดนี้ยังสามารถแสดงผลแบบ 3 มิติ (3D) ได้ด้วย รวมไปถึงในมุมมองแบบ “Flyover” คล้าย ๆ กับว่าเรากำลังบินผ่านสถานที่นั้น ๆ ในแผนที่จริง ๆ ที่เราสามารถหมุนไปในด้านต่าง ๆ ของแผนที่, ซูมเข้าและออกได้ตามต้องการ นี่คือการประทะกันระหว่าง Apple และ Google ที่เพิ่งจะเปิดตัวแผนที่ชุดใหม่ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งมีมุมมองแบบ 3 มิติเช่นเดียวกัน


Lost Mode
นี่คือความสามารถเพิ่มขึ้นของ Find my iPhone ด้วย Lost Mode ผู้ใช้สามารถสั่งให้ส่งหมายเลขโทรศัพท์ไปยังเครื่อง iPhone ที่หายไป เพื่อให้คนที่เก็บได้ สามารถแตะที่เบอร์นั้น แล้วโทรศัพท์กลับมาที่เบอร์ฯ ที่คุณส่งไป (ในกรณีที่เจอคนดี ๆ ที่ไม่ปิดเครื่องหนีตั้งแต่เก็บได้ ^_^)


รองรับกับภาษาจีนเต็มรูปแบบ
นี่อาจจะเป็นการเอาใจกับผู้ใช้ชาวจีน เพื่อหวังผลเรื่องของยอดการจำหน่าย iDevices นั่นเอง ใน iOS 6 จะรองรับภาษาจีนเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถเลือกบริการค้นหาข้อมูล (Search Engine) ท้องถิ่นได้ เช่น Weibo, Tudou, หรือ YouTube ของประเทศจีนอย่าง Youku ได้

 

นี่คือความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 6 ที่ Apple เปิดตัวไปในงาน WWDC 2012 ซึ่งเหล่านักพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iOS จะได้รับ iOS 6 Beta 1 ไปทดลองใช้งานกันแล้ววันนี้ ส่วนผู้ใช้ทั่วไปก็จะต้องรอให้มีการเปิดตัว iOS 6 อย่างเป็นทางการในช่วงระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคมปีนี้ ซึ่ง iOS 6 จะรองรับกับ iPhone 3GS จนถึง iPhone รุ่นปัจจุบัน, iPad 2 , iPad 3 และ iPod Touch รุ่นที่ 4 เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.apple.com/ios/ios6

 

คืนนี้ติดตามข่าว WWDC 2012 ได้ที่ไหนบ้าง?

วันนี้ (11 มิถุนายน)แล้วนะครับสำหรับงาน WWDC 2012 ที่จะจัดที่ Moscone West ที่ San Francisco งานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าของอเมริกา ซึ่งจะตรงกับเวลาประมาณเที่ยงคืนของคืนนี้ (คืนวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน ซึ่งก็คือเข้าสู่วันที่ 12 มิถุนายนแล้ว) ตามเวลาของประเทศไทย

แล้วเราคาดหวังอะไรจาก WWDC 2012 ครั้งนี้บ้าง แน่นอนว่า iPhone 5 (หรือจะชื่ออะไรก็แล้วแต่) เป็นตัวชูโรงหลัก, iOS 6, iTunes 11, OS X 10.8 Mountain Lion, iCloud update?, Apple Television (Smart TV)?, และอื่น ๆ ??

ได้สิ่งที่คาดหวังแล้ว แล้วเราจะติดตามงานนี้แบบสด ๆ ได้ที่ไหนบ้าง ผมรวบรวมมาให้แล้วนะครับ:

www.macrumors.com และทาง twitter ที่ @macrumors
www.theverge.com
www.arstechnica.com
www.tuaw.com
www.9to5mac.com

เพิ่มเติม
www.bgr.com (Boy Genius Report)
live.gizmodo.com
www.ustream.tv

 

ท่านที่สนใจจะติดตามข่าวนี้แบบสด ๆ ก็เชิญติดตามได้จาก Link ข้างต้น แนะนำให้เข้าไปก่อนเวลาเที่ยงคืนสักนิดนึง เพื่อจับจองที่นั่งแบบ Online ไว้ก่อน และอาจจะตามอ่านแบบภาษาไทยได้จาก twitter ของเราได้ด้วยที่ @tpugorg

แล้วพบกันคืนนี้ครับ

WWDC 2012: iOS 6

ขอบคุณภาพจาก www.cultofmac.com

ใกล้เข้ามาอีกนิดสำหรับงาน WWDC 2012 ก็มีการเปิดเผย Banner ที่เกี่ยวข้องกับการนี้มากขึ้น แน่นอน iOS 6 จะเป็นหนึ่งในตัวชูโรงสำหรับงานนี้ และนี่คือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหรือมาพร้อมกับ iOS 6

  • แผนที่แบบ 3 มิติ ชุดใหม่ที่ไม่ใช่ของ Google ซึ่งแผนที่ชุดนี้ เป็นผลที่ได้จากการที่ Apple เข้าซื้อบริษัท C3 Technologies เมื่อไม่นานมานี้
  • ผนวก Facebook เข้ากับตัว iOS ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ วีดีโอ, รูปภาพ, ข้อความขึ้น Facebook ได้ง่าย ๆ เช่นเดียวกับที่เคยทำมาแล้วเมื่อตอนที่ iOS 5 ออกมาได้มีการผนวก Twitter เข้าไปไว้ด้วย
  • ปรับเฉดสีรวม ๆ ของตัว iOS ให้อยู่ในแบบ Metallic แล้วมันเป็นยังไง? มันก็คือเน้นเฉดสีที่ออกมาทางสีเงิน (Silver) มากขึ้น ลดเฉดสีฟ้าลงนั่นเอง
  • ปรับปรุงความสามารถของ Siri ปรับหรุง API ให้ Siri ตอบสนองได้ฉลาดยิ่งขึ้น
  • เพิ่มความสามารถ “Do Not Disturb” ให้กับ Notifications Center เป็นการปิด Notifications Center ชั่วคราว ในเวลาที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ
  • และอีกมาก อ่านเพิ่มเติมได้จาก www.Cultofmac.com

บอกกล่าวอีกที ใครอยากจะร่วมลุ้นงาน WWDC 2012 กับผมช่วงเที่ยงคืนวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน ก็เชิญได้ครับ

 

WWDC 2012: “Where great ideas go on to do great things”


ขอขอบคุณภาพจาก www.9to5mac.com *

WWDC 2012 หรือ World Wide Developer Conference 2012 ที่จัดโดย Apple ที่จะจัดระหว่างวันที่ 11 – 15 มิถุนายน นี้ ซึ่งจะตรงกับเวลาประมาณเที่ยงคืน ของคืนวันที่ 11 ตามเวลาของประเทศไทย

งานนี้จะเป็นการชุมนุมกันของเหล่านักพัฒนาโปรแกรมในสายของ Apple ทั้ง OS X และ iOS แน่นอนในงานนี้ทุก ๆ ปี Apple ก็จะใช้เวทีนี้ในการเผยให้เห็นถึงความสามารถใหม่ ๆ ของ OS X, และ iOS รวมไปถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ ที่เหล่าแฟน ๆ ต่างรอคอยกันอยู่ ซึ่งปีนี้แน่นอนว่าแฟน ๆ ของ Apple กำลังลุ้นกันตัวโก่งว่า Apple จะเปิดตัว iPhone รุ่นที่ 6 ที่เดา ๆ กันไปแล้วว่า Apple จะเรียกชื่อรุ่นว่า iPhone 5

อีกหนึ่งสิ่งที่แฟน ๆ ของ Apple โดยเฉพาะท่านที่ใช้ iPhone, iPad และ iPod Touch รอ ๆ กันอยู่ก็คือ iOS 6 ซึ่งปีนี้ก็ได้รอดูว่าทาง Apple จะงัดลูกเล่นอะไรใหม่ออกมาให้ผู้ใช้ได้ฮือฮากันอีกบ้าง ซึ่งเท่าที่ผ่านมาก็มีข่าวลือออกมามากมายหลายข่าวเกี่ยวกับ iOS 6 ข่าวลืออันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ Apple จะเลิกใช้แผนที่ (Map) ที่เป็นของ Google แต่จะเปลี่ยนมาใช้แผนที่ชุดใหม่ ที่มีมุมมองในแบบ 3 มิติ ซึ่งแผนที่ชุดนี้ เป็นผลที่ได้จากการที่ Apple เข้าซื้อบริษัท C3 Technologies เมื่อไม่นานมานี้

ผมเชื่อว่าแฟน ๆ ของ Apple (และ iPhone) ก็คงอยู่อ่านและชมข่าวสด ๆ ช่วงหลังเที่ยงคืนของคืนวันที่ 11 มิถุนายน จากเว็บต่าง ๆ กันอย่างแน่นอน ใครอยากจะร่วมตั้งแคมป์อ่านข่าวที่บ้านกับผมก็เชิญได้ครับ รอกันอีกไม่กี่วันแล้วครับ

ที่มาของภาพ: www.9to5mac.com

*จากรูปข้างบน เค้าใช้คำโปรยว่า “Where great ideas go on to do great things” อ่านดูแล้วทำให้ผมนึกถึง Spider ขึ้นมาในทันที ^_^

WWDC 2012’s ticket sold out in 2 hours

Apple ประกาศวันจัดงาน Worldwide Developer Conference 2012 (WWDC) แล้ว ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 11 – 15 มิถุนายน 2555 และเป็นไปตามคาดที่บัตรเข้าร่วมงานราคา $1600 ขายหมดภายในระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมง

* งานนี้จะจัดตามเวลาของอเมริกา ซึ่งจะตรงกับเวลาประมาณเที่ยงคืน ของคืนวันที่ 11 ตามเวลาของประเทศไทย เป็นต้นไป

แต่อย่างไรก็ตามยังมีที่นั่งเหลือถ้าคุณเป็นนักศึกษที่กำลังพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iOS หรือ Mac OS คุณสามารถสมัครเพื่อขอทุน (Scholarship) เพื่อไปร่วมงานนี้ได้ ซึ่งจะต้องส่งผลงานและข้อมูลยืนยันว่ากำลังศึกษาอยู่ภายในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้เท่านั้น อย่ารอช้าถ้าน้อง ๆ อย่างไปร่วมงานนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม: WWDC 2012

Rumor: Apple will unveil iPhone 5 during WWDC 2012

เมื่อปีที่แล้ว Apple ไม่ได้เปิดตัว iPhone 4S ในงาน WWDC 2011 ช่วงเดือนมิถุนายน เหมือนกับที่เคยทำมากับ iPhone ตัวแรกถึง iPhone 4 แต่ปีนี้ มีข่าวลือออกมาแล้วว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 5 (หรือจะชื่ออะไรก็ตาม) ในระหว่างงาน Apple Worldwide Developers Conference 2012 (WWDC 2012) ที่จะจัดในเดือนมิถุนายนนี้ (คาดว่าจะเป็นวันที่ 11 – 15 มิถุนายน)

ซึ่งข่าวลือบอกเอาไว้ว่า iPhone 5 จะยังคงเป็นกระจกทั้งด้านหน้าและหลังเหมือนกับ iPhone 4 และ 4S และจากข่าวลือก่อนหน้านี้ ที่ 9to5mac.com บอกว่า พนักงานของ Foxconn ที่เป็นบริษัทที่ผลิต iPhone/iPad ให้กับ Apple ได้บอกว่าตอนนี้ทางโรงงานอยู่ในช่วงของการเร่งมือที่จะเริ่มต้นการผลิต iPhone 5 แล้ว ซึ่งเค้ายังได้บอกอีกว่า เค้าได้เห็นเครื่องต้นแบบ iPhone 5 หลาย ๆ เครื่องตามรายละเอียดดังนี้

  • จอจะมีขนาด 4 นิ้ว (จากหลายบริษัท และ LG คือหนึ่งในนั้น)
  • จะไม่มีรูปทรงแบบหยดน้ำ (teardrop ที่หมายถึง หนาด้านบนและเรียวบางลงด้านล่าง) แต่ความหนาของเครื่องจะเท่า ๆ กับ iPhone รุ่นก่อน แต่จอจะกว้างและยาวกว่า
  • เครื่องทดสอบที่เค้าได้เห็นไม่มีเครื่องใดเลยรูปร่างเหมือน iPhone 4/4S
  • แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องที่เค้าได้เห็นนั้นยังไม่ใช่เครื่องที่สมบรูณ์หรือเป็นเครื่องที่จะออกจำหน่าย

เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงเดือนมิถุนายน กว่าจะถึงเวลานั้นก็น่าจะมีข่าว”ลือ” ใหม่ ๆ ออกมาให้เราได้ตื่นเต้นกันอีกสำหรับ iPhone 5 สำหรับช่วงนี้ก็อ่านข่าวนี้ไปพลาง ๆ ก่อนนะครับ

via: www.digitimes.com

 

Apple Confirm iOS 5 preview on June 6th at WWDC

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Apple ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าในวันที่ 6 มิถุนายน 2554 ซึ่งจะเป็นวันแรกของงาน World Wide Developer Conference 2011 (WWDC 2011) ซึ่งจะจัดที่อาคาร Moscone West ใน San Francisco ซึ่งในวันนั้น Steve Jobs ก็จะขึ้นกล่าวเปิดงาน (Keynotes) เช่นเคย

ซึ่งในงานจะมีการเปิดเผยข่าวเกี่ยวกับข้อมูลล่าสุดของ Mac OS X 10.7 (Lion), iCloud ที่จะเป็นบริการ Cloud Computing ของ Apple และยังรวมไปถึง iOS 5 ที่จะเป็นระบบปฎิบัติการสำหรับ iPhone, iPad และ iPod Touch

** Picture from internet **

ในระหว่างนี้ยังไม่ทราบว่า Apple จะมีการถ่ายทอดงาน WWDC 2011 นี้หรือไม่ ซึ่งถ้ามีพวกเราที่อยู่เมืองไทยก็จะได้ชมการกล่าวเปิดงาน (Keynotes) ของ Steve Jobs เวลาที่จะเปิดงานนั้นจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10:00น. ของวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2554 ตามเวลาของอเมริกา ซึ่งจะตรงกับเมืองไทยประมาณเที่ยงคืนของคืนวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน ซึ่งก็คือเริ่มเข้าสู่วันอังคารที่ 7 มิถุนายนแล้ว

ช่วงนี้เราก็รอดูข่าวเพิ่มเติมต่อไปว่าทาง Apple จะประกาศว่าจะมีการถ่ายทอดสดจากงานนี้หรือไม่นะครับ

*** สุดท้าย ผมอยากจะรอดูว่าจะมี “There’s one more thing” หรือไม่ ผมเดาเองว่า Steve Jobs จะมีการเผยโฉม iPhone 4S ในตอนนาทีท้าย ๆ ของ Keynotes ของเค้า มารอดูนะครับว่าผมจะเดาได้ถูกหรือไม่ ?

via: Apple PR – WWDC 2011

What is new in iOS 10

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ในงาน WWDC 2016 นั้น Apple ได้เปิดตัว iOS 10 อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้เปิดให้เห็นความสามารถใหม่หรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง 10 อย่างด้วยกัน ผมก็เลยขอเอามาสรุปคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้

 

  • มีการปรับเปลี่ยน UI (User Interface) ใหม่เกือบทั้งหมด ในหน้า Lock Screen จะสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพิ่มฟังก์ชัน “Raise To Wake” ที่เพียงแค่ยกหน้าจอ iPhone ให้เงยหน้าขึ้น iPhone ก็จะแสดงหน้า Lock Screen ที่สามารถแสดง Notifications ต่าง ๆ ขึ้นมา และสามารถ Unlock เครื่องได้ทันที และในส่วนของ Notifications ต่าง ๆ ก็ปรับปรุงรูปแบบให้ทำงานได้มากยิ่งขึ้น สามารถเรียกใช้งาน App ต่าง ๆ ทีรองรับได้ทันทีจากหน้า Lock Screen และจะทำงานได้มากยิ่งขึ้นกับ 3D Touch บนเครื่อง iPhone 6S/6S Plus.

  • ปรับโฉม Apple Music ใหมทั้งหมด ใน App Music นั้นได้ปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อความง่ายในการเข้าถึงเพลงต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น มีการจัดกลุ่มของเมนูใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถเข้าถึงเพลงที่อยู่ในเครื่องหรือจาก Apple Online Music ได้ง่ายยิ่ง ๆ ขึ้น
  • แอฟใหม่ Home สำหรับการจัดการระบบการจัดการต่าง ๆ ในบ้านได้ภายใน App เดียว พร้อม ๆ กับความช่วยเหลือของ Siri ที่จะทำให้การสั่งให้เปิด/ปิดไฟ การปลดล๊อคประตูโรงจอดรถ ควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศสามารถทำได้อย่างง่ายดาย นึ่คือสวรรค์ของบริษัทที่ผลิตสินค้าในกลุ่ม IoT (Internet of Things) ที่จะสามารถเอาความสามารถนี้ไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Apple ได้เตรียม HomeKit เอาไว้ให้นักพัฒนาสามารถนำไปพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่จะผลิตขึ้นมาได้
  • แอฟ Photos ก็มีการปรับโฉมเช่นเดียวกัน ใน iOS 10 ได้มีการจัดกลุ่มของรูปภาพที่ฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถค้นหารูปถ่ายจำนวนมากได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่นการจัดกลุ่มของรูปถ่ายโดยอ้างอิงจากสถานที่, หรือด้วยการจดจำใบหน้า แล้วจัดกลุ่มของภาพโดยแยกตามรายบุคคล พร้อมกันนี้ยังสามารถจัดการสร้างไฟล์วีดีโอสั้น ๆ พร้อมเสียงประกอบ สำหรับชุดของภาพที่เราต้องการจากลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย
  • Siri ได้มีการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถมาตลอดตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับ iPhone 4S พร้อม ๆ กับการเปิดตัว iOS 10 นั้น Apple ได้เปิดตัว SiriKit ที่จะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถนำความสามารถของ Siri ไปผนวกเข้ากับแอฟของนักพัฒนาได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในด้านต่าง ๆ ของแอฟ
  • iMessage ได้มีการปรับปรุงที่เพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ในการส่งข้อความ สามารถส่งข้อความด้วยการเขียนด้วยลายมือ, ข้อความที่มี Special effect ที่สามารถเลือกได้หลายแบบ ตามอารมณ์ของข้อความที่ต้องการจะส่ง, มี Sticker ที่สามารถส่งไปในข้อความ, เพิ่มขนาดของ Emoji ให้ใหญ่ขึ้น 3 เท่า เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ง่ายขึ้น, และสามารถช่วยเปลี่ยนข้อความให้เป็น Emoji ได้ตามต้องการ

 
iOS 10 เพิ่งจะเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาเท่านั้น ดังนั้นจึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 10 ตัวเต็ม จะเปิดตัวสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปช่วงระหว่างเดือน กย. – ตค. ปีนี้ ซึ่งก็จะเปิดตัวก่อนหรือพร้อม ๆ กับการเปิดตัว iPhone 7 ที่คาดว่าน่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนตุลาคมเช่นเดียวกัน ยังมีความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 10 Beta 1 อีกเพียบที่ผมไม่ได้กล่าวถึง ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเติมจากลิงค์ด้านล่างครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.apple.com/ios/ios10-preview

Apple เปิดตัว iOS 8 Beta 1

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iOS 8 Beta 1 ในงาน WWDC 2014 ให้กับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) ได้เริ่มต้นทดสอบใช้งานกันแล้ว ซึ่งกว่าผมจะมีเวลามาเขียนข่าวนี้ให้ได้อ่านกันก็ผ่านไปหลายวัน เนื่องจากว่างานประจำรัดกุมมาก ๆ ไม่มีพลังงานเหลือพอที่จะทำเว็บให้ได้อ่านบ่อย ๆ เหมือนเคย ^__^

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) ที่จะได้เริ่มต้นทดสอบระบบ iOS ใหม่ ให้เข้ากับ App ที่พวกเค้าพัฒนากันอยู่ ซึ่งจะไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผมจึงไม่แนะนำให้ผู้ใช้ทั่วไปติดตัังและใช้งาน iOS 8 ในขณะนี้นะครับ เพราะว่ายังมีข้อผิดพลาดและยังทำงานได้ไม่ดีนัก สำหรับ iOS 8 ตัวเต็มจะพร้อมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือประมาณช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนนี้ครับ

เอาเป็นว่าผมขอสรุปสั้น ๆ กับความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้อ่านกันนะครับ

  • iOS 8 เปิดตัวมาใหม่ ยังคงมีหน้าตาที่คล้ายกับ iOS 7 เดิม มีการปรับปรุงเรื่องการแสดงผลเล็กน้อย
  • Photos ในส่วนของ Photos มีการเพิ่มความสามารถในการตกแต่งภาพได้อย่างง่ายดายในตัวโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งสี ความคมชัด หมุนภาพให้ได้มุมที่ตรงและถูกต้อง , มีฟิลเตอร์ในการตกแต่งภาพให้เลือกเพิ่มขึ้น และปรับปรุงให้ทำงานร่วมกับ iCloud ได้มากขึ้น เน้นการแชร์รูปภาพระหว่าง iOS Devices หรือกับเครื่อง Mac
  • Camera เพิ่มความสามารถใหม่ ๆ ในการถ่ายภาพ เช่น Time lap ใช้ในการถ่ายวีดีโอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ถ่ายพระอาทิตย์ตกดิน, เพิ่มฟังก์ชันการนับถอยหลังของการถ่ายภาพ ทำให้สามารถตั้ง iPhone เอาไว้แล้วให้ถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ
  • Message เพิ่มความสามารถในการส่งข้อความด้วยเสียง ด้วยการกดปุ่มไมค์โครโฟนแล้วอัดเสียงข้อความที่ต้องการส่งไปได้ทันที, สามารถส่งข้อความเป็นวีดีโอที่อัดและส่งออกไปได้ในทันทีเช่นกัน, สามารถส่งภาพและวีดีโอได้พร้อมกันได้หลายภาพ, สามารถจัดการแชตแบบกลุ่มได้, สามารถแชร์ตำแหน่ง (Locations) ของเราให้กับคนที่เราสื่อสารด้วยได้
  • QuickType เป็นความสามารถใหม่ที่เพิ่งจะเพิ่มขึ้นมาใน iOS 8 เพื่อช่วยเหลือในการเดาคำที่เราจะต้องการพิมพ์ ทำให้พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และที่ประทับใจมาก ๆ ก็คือความสามารถนี้สามารถใช้กับภาษาไทยได้ด้วย ผมได้ทดสอบการใช้งานความสามารถนี้แล้ว ผมจะเอามาให้ชมกันต่อไป
  • iCloud Drive เป็นการต่อยอดความสามารถของ iCloud ที่ใน iOS 8 นี้ iCloud จะเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ได้มากขึ้น รวมไปถึงข้อมูลของ App ต่าง ๆ ทำให้สามารถใช้งานข้อมูลเดียวกันนั้นบน iOS Device เครื่องอื่น ๆ หรือบนเครื่อง Mac/PC ได้ด้วย ทั้งนี้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่มีพื้นที่ 5GB สำหรับเก็บข้อมูลบน iCloud ฟรี อาจจะพบปัญหาพื้นที่ไม่พอสำหรับการเก็บข้อมูล จนต้องซื้อพื้นที่ใช้งานเพิ่มเติม ซึ่งก็จะเป็นไปตามที่ทาง Apple วางเกมส์เอาไว้ เพื่อเรียกเงินออกจากกระเป๋าผู้ใช้เพิ่มขึ้นนั่นเอง ^__^
  • Continunity เป็นอีกหนึ่งความสามารถใหม่ของ iOS 8 ที่ผมชอบมากที่สุด ตามที่บอกเอาไว้กับชื่อของความสามารถใหม่นี้ Continunity เป็นความสามารถที่ผนวกการทำงานระหว่าง iPhone, iPad, และเครื่อง Mac เข้าด้วยกัน ผู้ใช้สามารถสร้างหรือแก้ไขข้อมูลต่อเนื่องจากบนเครื่อง iPhone, iPad, Mac ได้อย่างต่อเนื่อง และเรายังสามารถที่จะรับสายโทรศัพท์, ข้อความ (Message) จากบน iPad หรือเครื่อง Mac ได้ โดยที่ไม่ต้องแตะเครื่อง iPhone แม้แต่นิดเดียว และยังสามารถช่วยในการเชื่อมต่อ Hotspot บนเครื่อง iPhone ให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องแตะเครื่อง iPhone เช่นเดียวกัน
  • Health เป็น App ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาใน iOS 8 เป็น App ที่ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเรา สามารถช่วยในการดูและและจัดการข้อมูลสุขภาพได้ในโปรแกรมเดียว ทาง Apple ได้จัดเตรียม HealthKit เอาไว้ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการพัฒนาอุปกรณ์เกี่ยวข้องกับการออกกำลัง, อุปกรณ์การตรวจสอบสุขภาพต่าง ๆ สามารถเข้าไปใช้ความสามารถนี้ได้ร่วมกัน และอาจจะเป็นการเตรียมตัวเอาไว้สำหรับใช้งานร่วมกับ iWatch ที่มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

iOS 8 ยังมีความสามารถใหม่ ๆ อีกหลายอย่าง ที่ยังไม่ได้มีการพูดถึงในงาน WWDC 2014 เอาเป็นว่าผมจะเอาความสามารถเดิน ๆ แต่ละตัวมาให้ได้อ่าน/ชมกันนะครับ

iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4s, iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2, iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

iWork for iOS soon to be Free?

ในวันที่ Apple เปิดตัว iOS 7 Beta ระหว่างงาน WWDC 2013 ทาง Apple ได้มีการนำเสนอความสามารถเพิ่มเติมของ iCloud ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขไฟล์ iWork (Pages, Numbers และ Keynote) ได้ผ่านเว็บบราวน์เซอร์* (Web Browser) แม้ว่าผู้ใช้งานจะไม่ได้มีโปรแกรมในชุด iWork เหล่านี้ติดตั้งเอาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เลยก็ตาม

ผมก็เลยทึกทักเอาเองว่า ถ้า iOS 7 รุ่นสมบรูณ์ออกมาแล้ว และการทดสอบ iWork บนเว็บฯ นี้เสร็จสิ้น  Apple น่าปรับให้โปรแกรม Pages, Numbers และ Keynote สำหรับ iOS มาเป็นแจกฟรี จากที่เคยขาย $9.99 ต่อตัว

สาเหตุที่ผมทึกทักไปเช่นนี้ ก็เพราะว่าถ้าผู้ใช้สามารถสร้างและแก้ไขไฟล์ในชุด iWork ได้จากบนเว็บฯ แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จำเป็นที่จะต้องซื้อโปรแกรมชุดนี้เพื่อใช้งานใน iPad หรือ iPhone อีกต่อไป มารอดูกันว่าผมจะเดาได้ถูกหรือไม่นะครับ

* ขณะนี้ยังเปิดให้ทดสอบเฉพาะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer) เท่านั้น

iOS 7’s Feature: Shortcuts

ในตอนที่ Apple เปิดตัว iOS 7 ระหว่างงาน WWDC 2013 ได้มีการพูดถึงหนึ่งในความสามารถใหม่ที่เรียกว่า “Notifications Sync” ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ที่ใช้ iOS’s Devices มากกว่า 1 เครื่อง เช่น ใช้ทั้ง iPhone และ iPad และใช้ Apple ID เดียวกัน เวลาที่มีข้อความเตือน (Notifications) แสดงขึ้นมา แล้วผู้ใช้ยกเลิกการแสดงข้อความเตือนนั้นที่เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แล้วจะมีผลให้ข้อความเตือนอีกเครื่องหนึ่งหายไปด้วย

ต่อยอดจากฟังก์ชันนี้ พบว่า Apple ขยายขอบเขตมาถึงฟังก์ชัน Shortcuts (Settings – General – Keyboard – Shortcuts) ที่เอาไว้สร้างข้อความสั้น ๆ แทนประโยคที่เราใช้บ่อย ๆ ได้ เช่น ให้พิมพ์คำว่า btw แทนคำเต็มว่า by the way  ซึ่งฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มาก ๆ ในกรณีที่เราจะต้องส่งข้อความเดิม ๆ บ่อย ๆ (รองรับการใช้งานเป็นภาษาไทยด้วย)

ฟังก์ชันนี้มีมาตั้งแต่ใน iOS 5 และถ้าคุณใช้ทั้ง iPad และ iPhone ถ้าต้องการมี Shortcut แทนคำเต็มแบบนี้ทั้ง 2 เครื่อง คุณก็ต้องใส่ข้อความเหมือนกันทั้ง 2 เครื่องเอาเอง แต่ใน  iOS 7 ผมพบว่า ด้วยความสามารถในการ Sync ระหว่างเครื่องด้วย Apple ID เดียวกัน ทำให้ Shortcut ที่ใส่ไว้ในเครื่องใดเครื่องหนึ่ง จะไปเพิ่มให้กับอีกเครื่องหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ภาพประกอบด้านล่างนี้ จะเห็นว่าทั้ง iPhone และ iPad ของผมมี Shortcut เดียวกันทั้ง 2 เครื่อง

 

นี่เป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่มมาใน iOS 7 แต่ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้มากทีเดียว

iOS 7 Beta 2 is out (Build: 11A4400f)

Apple ปล่อยตัว update iOS 7 Beta 2 (Build: 11A4400f) แล้ว หลังจากที่เปิดตัว iOS 7 Beta 1 ครั้งแรกในงาน WWDC 2013 ซึ่งพบกับปัญหามากมาย และพร้อมกับตัว Beta 2 นี้ได้เปิดตัว iOS 7 สำหรับ iPad แล้วเช่นกัน และยังมีการปรับเปลี่ยน/เพิ่มอะไรใหม่ ๆ จาก iOS 7 Beta 1 ดังนี้

  • เพิ่มโปรแกรม Voice Memos หลังจากที่ Beta 1 ไม่มีโปรแกรมนี้ติดตั้งมาด้วย
  • Reminders ได้มีการเพิ่มปุ่ม “+” ทางด้านขวาของหน้าจอ เพื่อสร้าง Reminder ใหม่
  • Weather เพิ่มปุ่มสำหรับเมืองต่าง ๆ ที่เราเลือกเอาไว้ในรายการพยากรณ์อากาศที่มุมล่างขวา
  • Messages ในส่วนของGroup chat จะแสดงรูปภาพของคนที่เรา Chat ด้วย และถ้าลากมือบนหน้าจอจากซ้ายมาขวาจะแสดงเวลาที่รับ/ส่งข้อความ
  • Siri เพิ่มตัวเลือกเสียงผู้ชายหรือผู้หญิง

 

นี่เป็นการ update เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ iOS 7 Beta 2 ซึ่งก็ได้แก้ปัญหาบางอย่างไปแล้ว เช่น เรื่องความร้อนของตัวเครื่อง, อัตราการสิ้นเปลืองแบตเตอรี่, ฯลฯ และสุดท้ายก็ต้องย้ำอีกทีว่า iOS 7 Beta นั้น ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ เหมาะสำหรับนักพัฒนาเท่านั้น และสำหรับท่านที่ใช้ iOS 7 Beta 1 อยู่แล้ว ก็สามารถ update แบบ OTA (Over The Air) ได้เลยครับ