What’s new last night?

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับงาน It’s been way too long. ที่จัดขึ้นเมื่อหลังเที่ยงคืนของเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ค่อนเข้าวันที่ 17 ต.ค) ซึ่งผมขอบอกว่าเป็นงานที่ค่อนข้างกร่อย มีการเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ 2 รุ่น ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมายอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ค่อยมีข่าวลือเรื่องภาพหลุดอะไรมากนักก็ตาม ซึ่งจริง ๆ แล้วบอกได้เลยว่าไม่จำเป็นต้องมีภาพหลุด เพราะ iPad Air 2 และ iPad mini 3 ที่เปิดตัวไปเมื่อคืน แทบจะไม่ได้มีอะไรใหม่ที่โดดเด่นจนต้องร้อง ว๊าวววววว เอาเป็นว่าสรุปคร่าว ๆ จากงานเมื่อคืนได้ดังนี้ครับ

iPad Air 2

– ใช้ CPU A8X ที่เพิ่มความเร็วในการประมวลผลของ CPU และ GPU (Graphics) ให้เร็วขึ้น
– ปรับปรุงจอภาพให้ดีขึ้น ลดแสงสะท้อนได้ดียิ่งขึ้น
– ปรับปรุงกล้องหลังให้เป็น 8MP และเพิ่มฟังก์ชัน Burst Mode ที่ช่วยให้ถ่ายรูปแบบความเร็วสูงได้ และเพิ่มฟังก์ชันการถ่ายวีดีโอแบบ Slo-mo
– มีขนาดที่บางลง บางเพียง 61 มม.
– มี Touch ID
– มีสามสีให้เลือก Silver, Gold และ Space Grey

iPad mini 3

– การเปลี่ยนแปลงของ iPad mini 3 มีเพียงอย่างเดียว คือเพิ่ม Touch ID เท่านั้นเอง ที่เหลืออย่างอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาก iPad mini 2 ยังคงใช้ CPU, กล้อง และอื่น ๆ เหมือน iPad min 2 เป็นการปรับปรุงที่น่าผิดหวังมาก ๆ

iOS 8.1

– iOS 8.1 ที่เพิ่งจะเปิดตัว Beta 1 และ Beta 2 ไปไม่ถึงเดือน ได้กำหนดวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งก็คือวันจันทร์ที่ 20 ต.ค. นี้ ตามเวลาของอเมริกา ซึ่งก็คงจะเป็นหลังเที่ยงคืนของคืนวันที่ 20 ต.ค. ตามเวลาของประเทศไทยครับ

Apple Pay
– ได้มีการประกาศว่าจะเริ่มต้นใช้งานได้แล้ว ในอเมริกา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งได้ประกาศเพิ่มเติมจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมกับ Apple Pay มากขึ้น สำหรับประเทศอื่น ๆ ก็คงต้องให้ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

iTunes 12/iWork

– Apple ได้เปิดให้ดาวน์โหลด iTunes version 12.0 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ปล่อยให้ผู้ใช้บน Mac OS ได้ทดลองใช้มาแล้วระยะหนึ่ง
– มีการปรับปรุงโปรแกรมในชุด iWork ชุดใหญ่ ทั้งบน iOS, Mac OS และบน iCloud.com

อื่น ๆ (ที่อยู่นอกขอบเขตของเว็บนี้)

– มีการเปิดตัว Mac OS 10.10 Yosemite อย่างเป็นทางการ ผู้ใช้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีแล้ววันนี้
– มีการเปิดตัว iMac รุ่นใหม่ที่ใช้จอ 5K ที่มีความคมชัดและละเอียดมากที่สุดในโลกในขณะนี้
– มีการเปิดตัว Mac mini รุ่นใหม่ ที่ราคาถูกลง

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.apple.com

 

It’s been way too long.

Apple เพิ่งจัดงานเปิดตัว iPhone 6/6 Plus และ Apple Watch ไปไม่นาน วันนี้ Apple ประกาศว่าจะจัดงานเปิดตัวสินค้าอีกงานหนึ่ง ใช้คำโปรยว่า It’s been way too long. ซึ่งจะจัดในวันที่ 16 ตุลาคม ที่ห้องประชุมของ Apple เอง ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมือง Cupertino ที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ Apple สื่อต่างประเทศหลายสำนักคาดเดากันว่า น่าจะเป็นการเปิดตัว iPad Air 2 หรืออาจจะเป็น iPad ขนาดหน้าจอ 12.9 นิ้ว (iPad Maxi ? ) รวมไปถึงการเปิดตัว iMac รุ่นใหม่ และการเปิดตัว Mac OS X Yosemite ตัวสมบรูณ์

ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ ปกติแล้ว(ตามสถิติที่ผ่านมา) เดือนกันยายน จะเป็นเดือนที่ Apple จะจัดงาน Music Event ที่เป็นการเปิดตัว iPod รุ่นใหม่ แต่ช่วงหลังมานี้ เป็นขาลงของ iPod (และ iPod Touch) ที่ไม่ใช่สินค้าตัวชูโรงของ Apple อีกต่อไป ทำให้เดือนกันยายนกลายมาเป็นงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่แทน ซึ่งเป็นเช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่ iPhone 4 จนถึง iPhone 6/6 Plus จึงทำให้ Apple ต้องจัดงานเปิดตัวสินค้าแบบมีก๊อก 2 เพราะว่าไม่สามารถเปิดตัวสินค้าได้ทั้งหมดในงานเดียว เพราะว่าจะได้ไม่เป็นการแย่งความสำคัญของตัวสินค้าชูโรงของแต่ละงาน ส่วนตัวผมเอง ยังคิดต่อไปว่า อาจจะเป็นการเปิดตัว Macbook รุ่นใหม่ ที่มีขนาดหน้าจอเล็กลง ลดขนาดลงไปที่หน้าจอขนาด 12 นิ้ว เท่ากับเครื่องรุ่น iBook ที่ยกเลิกการจำหน่ายไปแล้วหลายปี และ Macbook รุ่นใหม่นี้อาจจะเป็นลูกผสมระหว่าง iOS และ Mac OS ในตัวเดียวกัน รอดูกันครับว่าผมจะทายถูกหรือไม่

ดังนั้น ในวันที่ 16 ตุลาคม เราก็ต้องมาลุ้นกันดูว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าตัวใดอีก ที่ Apple ยังเก็บเอาไว้หลังจากงานเปิดตัว iPhone/Apple Watch ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และโดยปกติ(อีกเช่นเดียวกัน) Apple จะเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี แต่ปีนี้จะมีการเปิดตัว iPad รุ่นใหม่จริง ๆ ในเดือนตุลาคม?

*งานนี้จะจัดวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 10:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของ Cupertino ซึ่งจะตรงกับเวลาเที่ยงคืน ของคืนวันที่ 16 ตุลาคม ตามเวลาของประเทศไทย

 

OS X Mountain Lion updated to 10.8.2

เทศกาลแห่งการ update มากันมากมาย วันนี้

OS X Mountain Lion ก็ updated to 10.8.2 แล้วนะครับ และที่แน่ ๆ FaceBook มาแว้วววววววว

This update is recommended for all OS X Mountain Lion users, and includes new features and fixes:

Facebook

  • Single sign on for Facebook
  • Adds Facebook as an option when sharing links and photos
  • See Facebook friends’ contact information and profile pictures in Contacts
  • Facebook notifications now appear in Notification Center

อ่านต่อ » OS X Mountain Lion updated to 10.8.2

Microsoft released Windows Phone 7 Connector for Mac

ตอบรับกับการเปิดตัวของ Windows Phone 7 จากผู้ผลิตหลาย ๆ เจ้า ทาง Microsoft ก็ไม่รอช้าที่จะเปิดตัว Windows Phone 7 Connector สำหรับ Mac OS Beta Version ซึ่งจะเป็นโปรแกรมชุดที่ใช้ช่วยให้ Windows Phone 7 สามารถ Sync กับ Mac OS ได้

Windows Phone 7 Connector จะเป็นเพียงตัวกลางที่ช่วย Sync เพลง, หนัง, รูปภาพและพอดแคส (podcasts) จาก iTunes และ iPhoto เข้ามาที่ตัวเครื่องที่ใช้ Windows Phone 7 เท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวจัดการไฟล์หรือข้อมูลใด ๆ สำหรับ Windows Phone บน Mac OS

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า Windows Phone 7 Connector จะสามารถ Sync ไฟล์เพลงหรือหนังที่ซื้อจาก iTunes Store ซึ่งมีการเข้ารหัส DRM  เอาไว้มาที่ Windows Phone 7 ได้หรือไม่ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะได้…..

สำหรับท่านที่หลงผิดไปใช้ Windows Phone 7 และใช้เครื่อง Mac ด้วยก็เชิญโหลด Windows Phone 7 Connector มาใช้กันได้แล้วครับ ^__^

Download: Windows Phone 7 Connector

Update: ข้อมูลใน Help ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา เขียนเอาไว้ว่า

I can’t sync some media files
Cause: Certain media files in your iTunes or iPhoto library are protected and you can’t sync this media to other devices.

สรุปได้เลยว่าไฟล์ที่เข้ารหัส DRM ของ Apple จะไม่สามารถ Sync เข้าไปที่ Windows Phone 7 ได้

FTFun! has come to official app

บริการเสริมสำหรับ FaceTime บนเว็บ FTFun.com ที่ผมแนะนำไปเมื่อวันก่อน ๆ ตอนนั้นยังเป็นแค่บริการบนเว็บ ตอนนี้ได้ออกมาเป็นโปรแกรมสำหรับ iOS แล้ว ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีจาก App Store กันแล้ววันนี้

Download: FTFun!

facelette – chat roulette for FaceTime

คราวก่อนผมแนะนำบริการ ftfun ที่จะช่วยให้เราหาเพื่อน ๆ ที่ใช้ FaceTime จากที่ต่าง ๆ ได้ทั่วโลกไปแล้ว คราวนี้ผมขอแนะนำบริการใหม่สำหรับ FaceTime อีก 1 บริการ “facelette” ซึ่งเค้าใช้คำโปรยว่ามันคือ Chat Roulette สำหรับ FaceTime

วิธีการทำงานก็คล้าย ๆ ก็จะเป็นการสุ่มผู้ใช้ FaceTime คนอื่น ๆ ที่เข้ามาใช้บริการของ facelette ขึ้นมาซึ่งเราก็จะสามารถเริ่มต้น FaceTime กับเค้าได้ทันที ทั้งจาก FaceTime สำหรับ Mac หรือ FaceTime บน iPhone 4/iPod Touch 4th Generation. โดยเราจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าอีกฝั่งหนึ่งเป็นใคร หรืออยู่ที่ใดบนโลกใบนี้

ถ้าคุณจะใช้งานบริการของ facelette นี้ คุณก็เพียงใส่ Apple ID ที่คุณใช้กับ FaceTime ของคุณ (หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ) แล้วกดปุ่ม “FaceTime me!” ระบบของ facelette ก็จะไปสุ่มชื่อของคนที่เข้ามาใช้บริการนี้ แล้วแสดง Apple ID (หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ) ออกมาบนหน้าจอ ขั้นตอนต่อไปคุณก็ต้องไปเพิ่มชื่อเข้าไปใน Contact ของ iPhone 4 หรือใน AddressBook (กรณีที่ใช้ FaceTime สำหรับ Mac) จากนั้นคุณก็จะได้คุยกับคนแปลกหน้าในทันที

คำเตือน การเปิดเผยตัวตนของคุณบน facelette จะคล้ายกับการเปิดบ้านของคุณให้กับแปลกหน้าเข้ามาเที่ยวเล่น ซึ่งเค้าก็จะสามารถกลับมาเยี่ยมคุณอีกเมื่อใดก็ได้ (เพราะเค้ารู้แล้วว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหน) ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ความเป็นส่วนตัวของคุณโดนคุกคาม ก็ไม่ควรที่จะใช้บริการนี้นะครับ

Link: facelette.com

FaceTime for Mac OS – พร้อมข้อมูลเชิงเทคนิค

ทดสอบ FaceTime กับลูกสาว

Apple เปิดตัว FaceTime สำหรับ Mac OS แล้ว ซึ่งเป็นการเปิดโลกใหม่แห่งการสื่อสาร ที่เป็นการเขย่าวงการสื่อสารและเทคโนโลยีแบบที่คู่แข่งต้องหันกลับมาและคิดใหม่อีก(หลาย ๆ)ครั้ง จากเดิมที่ FaceTime นั้น Apple ออกแบบและพัฒนามาให้ใช้อยู่บน iPhone 4 และ iPod Touch รุ่นที่ 4 เท่านั้น มาถึงตอนนี้ Apple ได้เปิดตัว FaceTime รุ่น Beta สำหรับ Mac OS จึงทำให้ผู้ใช้เครื่อง Mac สามารถ FaceTime กับ iPhone 4 และ iPod Touch รุ่นที่ 4 ได้

สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำก็คือ ให้ Sign-in เข้าใช้งาน FaceTime บน Mac ด้วย Apple ID (ที่อยู่ในรูปแบบของอีเมล์) ที่ใช้กับ App Store หรือถ้ายังไม่มี Apple ID ก็สามารถสมัครใหม่ได้ทันทีจากหน้าจอ FaceTime ซึ่งเมื่อสมัครแล้ว Apple จะส่งเมล์มาให้คลิกยืนยัน (Verify) ตัวตน แล้วจึงจะใช้งานได้

อ่านต่อ » FaceTime for Mac OS – พร้อมข้อมูลเชิงเทคนิค

Apple ‘Back to the Mac’ media event on October 20

ข่าวด่วน Apple ได้ส่งบัตรเขิญให้กับเหล่า Mac Blogger ในอเมริกาให้เข้าร่วมงาน “Back to the Mac” ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้

จากรูปที่ Apple เปิดเผยมามีหน้าสิงห์โตโผล่มาเล็กน้อย ซึ่งทำให้คิดได้ว่าน่าจะเป็นการแนะนำ Mac OS X 10.7 Lion (สิงห์โต) ผมและ TPUG จะติดตามข่าวเพิ่มเติมมานำเสนอต่อไปครับ

via: TUAW