It’s been way too long.

Apple เพิ่งจัดงานเปิดตัว iPhone 6/6 Plus และ Apple Watch ไปไม่นาน วันนี้ Apple ประกาศว่าจะจัดงานเปิดตัวสินค้าอีกงานหนึ่ง ใช้คำโปรยว่า It’s been way too long. ซึ่งจะจัดในวันที่ 16 ตุลาคม ที่ห้องประชุมของ Apple เอง ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมือง Cupertino ที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ Apple สื่อต่างประเทศหลายสำนักคาดเดากันว่า น่าจะเป็นการเปิดตัว iPad Air 2 หรืออาจจะเป็น iPad ขนาดหน้าจอ 12.9 นิ้ว (iPad Maxi ? ) รวมไปถึงการเปิดตัว iMac รุ่นใหม่ และการเปิดตัว Mac OS X Yosemite ตัวสมบรูณ์

ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ ปกติแล้ว(ตามสถิติที่ผ่านมา) เดือนกันยายน จะเป็นเดือนที่ Apple จะจัดงาน Music Event ที่เป็นการเปิดตัว iPod รุ่นใหม่ แต่ช่วงหลังมานี้ เป็นขาลงของ iPod (และ iPod Touch) ที่ไม่ใช่สินค้าตัวชูโรงของ Apple อีกต่อไป ทำให้เดือนกันยายนกลายมาเป็นงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่แทน ซึ่งเป็นเช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่ iPhone 4 จนถึง iPhone 6/6 Plus จึงทำให้ Apple ต้องจัดงานเปิดตัวสินค้าแบบมีก๊อก 2 เพราะว่าไม่สามารถเปิดตัวสินค้าได้ทั้งหมดในงานเดียว เพราะว่าจะได้ไม่เป็นการแย่งความสำคัญของตัวสินค้าชูโรงของแต่ละงาน ส่วนตัวผมเอง ยังคิดต่อไปว่า อาจจะเป็นการเปิดตัว Macbook รุ่นใหม่ ที่มีขนาดหน้าจอเล็กลง ลดขนาดลงไปที่หน้าจอขนาด 12 นิ้ว เท่ากับเครื่องรุ่น iBook ที่ยกเลิกการจำหน่ายไปแล้วหลายปี และ Macbook รุ่นใหม่นี้อาจจะเป็นลูกผสมระหว่าง iOS และ Mac OS ในตัวเดียวกัน รอดูกันครับว่าผมจะทายถูกหรือไม่

ดังนั้น ในวันที่ 16 ตุลาคม เราก็ต้องมาลุ้นกันดูว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าตัวใดอีก ที่ Apple ยังเก็บเอาไว้หลังจากงานเปิดตัว iPhone/Apple Watch ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และโดยปกติ(อีกเช่นเดียวกัน) Apple จะเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี แต่ปีนี้จะมีการเปิดตัว iPad รุ่นใหม่จริง ๆ ในเดือนตุลาคม?

*งานนี้จะจัดวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 10:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของ Cupertino ซึ่งจะตรงกับเวลาเที่ยงคืน ของคืนวันที่ 16 ตุลาคม ตามเวลาของประเทศไทย

 

iOS 8.1 Beta 2 is out (Build 12B407)

 

Apple ปล่อยตัว update iOS 8.1 Beta 2 ไปเมื่อกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา เท่าที่ผมตรวจสอบดูมีเพียงการ update Modem Firmware เท่านั้นที่เห็นได้ชัด อื่น ๆ ยังไม่พบว่ามีการปรับปรุงส่วนใดอีกบ้าง

iOS 8.1 Beta ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8.1 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4s, iPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPhone 6/6 Plus, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2, iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: developer.apple.com

 

 

Check Activation Lock Status

Apple ได้พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้กับ iOS, iPhone/iPad อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Two-Step Verification และการพัฒนาเรื่อง Activation Lock (เริ่มใช้ตั้งแต่ iOS 7) เพื่อป้องกันเครื่องถูกขโมย แล้วสามารถนำเครื่องไปใช้งานต่อได้ มาถึงตอนนี้ Apple ได้พัฒนาต่อไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวเครื่องมือบนเว็บที่เรียกว่า Check Activation Lock Status เพื่อช่วยในการตรวจสอบว่า iPhone/iPad ของเราได้เปิดฟังก์ชัน Activation Lock เอาไว้แล้วหรือยัง

 

วีธีการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงเข้าไปที่เว็บ Check Activation Lock Status แล้วเอาเลขอีมี่ (IMEI) หรือเลขซีเรียลของตัวเครื่อง iPhone/iPad (Serial Number) กรอกในช่องที่เตรียมเอาไว้ ใส่รหัสยืนยันตามที่แสดงบนหน้าจอในพื้นแรงเงาสีดำ กด Continue รอสักครู่ ถ้าเครื่อง iPhone/iPad ของคุณได้เปิด Activation Lock เอาไว้แล้ว ก็จะพบกับหน้าจอคล้าย ๆ กับข้างล่างนี้

 

อ่านต่อ » Check Activation Lock Status

iOS 8.0.2 updated (build 12A405)

IMG_2007.PNG
 

หลังจากที่ Apple ปล่อยตัว update iOS 8.0.1 ไปเมื่อวันก่อน แล้วผู้ใชจำนวนมากพบปัญหาในการใช้งาน โดยเฉพาะกับการเชื่อต่อกับเครือข่าย หลาย ๆ คนเจอปัญหา No Service ทำให้ Apple ถอด iOS 8.0.1 ออกไปอย่างรวดเร็ว

และเมื่อเช้ามืดนี้เอง Apple ได้ปล่อย update iOS 8.0.2 ออกมาแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หลายอย่าง ดังนี้

– แก้ปัญหาการเชื่อต่อเครือข่ายมือถือ (Cellular) ที่เกิดขึ้นกับ iOS 8.0.1
– แก้ปัญหาของ App HealthKit บน App Store
– แก้ปัญหาของ TouchID บน iPhone 6/6 Plus
– แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคีย์บอร์ดของ 3rd party ที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ Passcode
– แก้ปัญหาที่ App ต่าง ๆ เข้าถึงรูปที่อยู่ในตัวเครื่องได้เพียง 100 รูปล่าสุด (ชอบอันนี้ที่สุด)
– และอีกหลายอย่าง ดูได้จากรูปปนะกอบด้านล่างนี้ครับ

 

IMG_2008.PNG

ผมขอแนะนำให้ update กันแบบ OTA (Over The Air) กันได้แล้วครับ

 

 

iOS 7.1 Beta 1 is out, for Developer

 

Apple เปิดตัว iOS 7.1 Beta 1 (Build: 11D5099e) ออกมาสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer) แล้ว ซึ่งการเป็น Beta ที่ 1 และเพื่อสำหรับนักพัฒนาฯ เท่านั้น ซึ่งก็เป็นการบอกอยู่แล้วว่าไม่ใช้สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป ก็ไม่ควรที่จะรีบ Upgrade เพื่อไปใช้งานกันนะครับ แต่ถ้าคุณเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์สาย iOS ก็สามารถ upgrade ให้กับ iPhone, iPad, iPod Touch ของคุณได้แล้ววันนี้

Link: developer.apple.com

 

iOS 7.0.4 ออกแล้ว

 

เมื่อคืนที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อยตัว Update iOS 7.0.4 ออกมา โดยจะเป็นการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงการแก้ไขปัญหา FaceTime ที่ทำงานผิดพลาดสำหรับผู้ใช้บางคน

คุณสามารถ update แบบ OTA ได้จากทั้งใน iPhone, iPad, iPod Touch แล้วตอนนี้

 

Apple ประกาศจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่วันที่ 22 ตุลาคม

เป็นไปตามความคาดหมาย ที่ผมและหลาย ๆ คนคาดเอาไว้ก่อนหน้านี้ เดือนตุลาคม Apple จัดงานเปิดตัวสินค้าอีกครั้ง ที่เดากันเอาไว้ว่าจะเป็นการเปิดตัว iPad 5 และ iPad mini 2

และในที่สุด Apple ก็ประกาศแล้วว่าจะจัดงานเปิดตัวสินค้าในวันที่ 22 ตุลาคม โดยงานนี้ Apple ได้ส่งบัตรเชิญตามรูปข้างบน และมีคำโปรยว่า “We still have a lot to cover” ซึ่งงานจะจัดที่อาคาร Yerba Buena Center เริ่มตั้งแต่เวลา 10:00น. ของวันที่ 22 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นของ San Francisco ซึ่งจะตรงกับเวลาประมาณเที่ยงคืน ของคืนวันที่ 22 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย (เข้าสู่วันที่ 23 ตุลาคม)

สำหรับใครที่รอ iPad 5 และ iPad mini 2 (ตามข่าวลือ) ก็รอชม feed กันสด ๆ จากเว็บต่าง ๆ ได้ หรือไม่ก็รออ่านสรุปข่าวทีเดียวตอนเช้าวันที่ 23 ตุลาคม

 

iOS 7.0.2 ออกแล้ว

Apple ปล่อยตัว update iOS 7.0.2 อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไข Bugs ที่ผู้ใช้สามารถ bypass Passcode lock ได้ ดังนั้น ทุกคนที่ใช้ iOS 7 อยู่ ควรจะ update กันโดยพลันครับ

แล้ว iOS 7.0.1 หายไปไหน? ไม่ได้หายไปไหนครับ เพราะ Apple ได้ update iOS 7.0.1 ให้กับ iPhone 5S/5C ไปก่อนหน้านี้แล้ว ผู้ใช้เครื่องเก่า ๆ ก็เลยไม่เห็นครับ

 

GrumpyBomb – Grumpy Cat Photobomb

เจ้าน้องแมว Grumpy Cat เป็นแมวที่ดังมาก ๆ เพราะว่าหน้าตาของน้องเค้าเหมือนอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ในอริยาบทไหน ก็จะมีคนชอบมาก ๆ บน Facebook Fan Page ของ Grumpy Cat ก็มีแฟน ๆ กด Like เกินล้านไปแล้ว ซึ่งผมก็เป็น 1 ในนั้นด้วย

20130814-095614.jpg

ด้วยความดังของน้องแมวหน้าบูดนี้เอง ทำให้มีคนทำ App สำหรับใส่หน้าแมว Grumpy Cat ประกอบกับรูปภาพและข้อความกวน ๆ เพื่อที่จะให้เราสามารถแต่งภาพแล้วแชร์ต่อไปยัง Social Media ต่าง ๆ ได้ App นี้แจกฟรี แบบมีข้อจำกัด มีรูปและข้อความให้เลือกจำนวนหนึ่ง แต่ถ้าต้องการรูปและข้อความเพิ่ม หรือต้องการพิมพ์ข้อความของคุณเอง จะต้องจ่ายเงินซื้อแบบ In-App Purchase ตั้งแต่ $0.99 – $1.99

ลองไปโหลดมาเล่นกันดูครับ GrumpyBomb – Grumpy Cat Photobomb รองรับทั้ง iPhone และ iPad

iWork for iOS soon to be Free?

ในวันที่ Apple เปิดตัว iOS 7 Beta ระหว่างงาน WWDC 2013 ทาง Apple ได้มีการนำเสนอความสามารถเพิ่มเติมของ iCloud ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขไฟล์ iWork (Pages, Numbers และ Keynote) ได้ผ่านเว็บบราวน์เซอร์* (Web Browser) แม้ว่าผู้ใช้งานจะไม่ได้มีโปรแกรมในชุด iWork เหล่านี้ติดตั้งเอาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เลยก็ตาม

ผมก็เลยทึกทักเอาเองว่า ถ้า iOS 7 รุ่นสมบรูณ์ออกมาแล้ว และการทดสอบ iWork บนเว็บฯ นี้เสร็จสิ้น  Apple น่าปรับให้โปรแกรม Pages, Numbers และ Keynote สำหรับ iOS มาเป็นแจกฟรี จากที่เคยขาย $9.99 ต่อตัว

สาเหตุที่ผมทึกทักไปเช่นนี้ ก็เพราะว่าถ้าผู้ใช้สามารถสร้างและแก้ไขไฟล์ในชุด iWork ได้จากบนเว็บฯ แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จำเป็นที่จะต้องซื้อโปรแกรมชุดนี้เพื่อใช้งานใน iPad หรือ iPhone อีกต่อไป มารอดูกันว่าผมจะเดาได้ถูกหรือไม่นะครับ

* ขณะนี้ยังเปิดให้ทดสอบเฉพาะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer) เท่านั้น

iOS 7 ขยายหน้าจอภาพไม่แตกแล้ว

ถ้าคุณเคยใช้โปรแกรมสำหรับ iPhone/iPod Touch บน iPad แล้วทำการขยายหน้าโปรแกรมให้ใหญ่ขึ้นด้วยการกด 2X คุณจะพบว่า การแสดงผลหน้าจอของโปรแกรมนั้น ๆ จะไม่คมชัด เนื่องจากการขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น ที่พวกเราเรียกกันว่า “ภาพแตก”

ปัญหานี้ได้หมดไปตั้งแต่ iOS 7 Beta 3 ที่เมื่อเปิดโปรแกรมสำหรับ iPhone บน iPad หน้าโปรแกรมนั้น ๆ จะขยายขึ้นมาเกือบเต็มจอโดยอัตโนมัติ และภาพไม่แตกอีกต่อไป ลองดูตัวอย่างโปรแกรม Instagram ที่ผมเปิดบน iPad mini ได้เลยครับ

โปรแกรม Instagram เปิดบน iPad mini

แม้ว่าจะไม่แสดงเต็มจอ แต่ก็สามารถคงความสวยงามและความละเอียดของหน้าจอไว้เช่นเดิม นี่คือการพัฒนาไปอีกขั้นของ iOS ที่น่าประทับใจครับ ก็เลยเอามาฝากกัน

เพิ่มเติม
–  มีอะไรใหม่ใน iOS 7 Beta 3 (Build 11A4414e)

 

iOS 7 Beta 3 (Build 11A4414e) is out

ผ่านไป 2 อาทิตย์นับจาก iOS 7 Beta 2 ก็มาถึงการ update ของ iOS 7 Beta 3 ตามคาดหมาย ซึ่งถ้าคุณใช้ iOS 7 อยู่แล้ว ก็สามารถ update แบบ OTA (Over-The-Air) ได้ทันทีครับ

iOS 7 Beta 3 สำหรับ iPhone 5 ขนาด 214MB

ย้ำอีกทีว่า iOS 7 นั้น เปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรมเท่านั้น ยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป iOS 7 ตัวสมบรูณ์คาดว่าจะเปิดตัวช่วงเดือน ต.ค ถึง พ.ย ของปีนี้ครับ ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ของ iOS 7 สามารถอ่านได้ที่ www.apple.com/ios/ios7

 

ข่าวลือ: iPad Maxi หน้าจอ 12.9 นิ้ว ช่วงต้นปี 2014

ข่าวลือมาใหม่ที่ผมเพิ่งจะอ่านเจอ ว่ากันว่า Apple อาจจะเปิดตัว iPad Maxi (ชื่อแปลกมาก แต่ก็นี่มันข่าวลือนี่เนอะ) ที่มีหน้าจอ 12.9 นิ้ว ช่วงต้นปี 2014 โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มตลาดเครื่อง ultrabooks หรือเครื่อง laptop ที่มีหน้าจอสัมผัสต่าง ๆ ที่กำลังมีวางจำหน่ายอยู่ในตลาดในขณะนี้

ข่าวลือนี้มาจากสำกนักข่าวของเกาหลีที่ชื่อ ETNews ที่บอกว่า Apple กำลังพูดคุยกับโรงงานทำจอภาพและส่วนประกอบอื่น ๆ ในเกาหลีเพื่อผลิต iPad รุ่นจอ 12.9 นิ้วที่ว่านี้

ภาพจาก Internet

โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยจะเชื่อข่าวในแนวนี้เท่าใดนัก ไม่มีความน่าจะเป็นหรือความเป็นไปได้สักเท่าไหร่ที่ Apple จะผลิตสินค้าที่ออกมาอยู่ในระหว่าง iPad และ Macbook Air ซึ่งถ้าจะเป็นจริง Apple น่าจะมีการเปิดตัว Macbook Air ที่มีหน้าจอสัมผัสมากกว่า เพราะว่า iPad แม้ว่าจะมีหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แต่ถ้ายังคงเป็น iOS ก็จะยังไม่สามารถเข้ามาทดแทน Laptop ได้จริง ๆ เพราะว่าตัว iPad ยังต้องอาศัยการจัดการหลาย ๆ อย่างบน Computer อยู่นั่นเอง

เอาเป็นว่า อ่านข่าวนี้เป็นข่าวลือกันเพลิน ๆ เอาไว้ก่อน แล้วมารอลุ้นกันอีกทีช่วงท้าย ๆ ของปีนี้ว่า Apple จะมีการขยับตัวและเปิดตัวเจ้า iPad ขนาดหน้าจอ 12.9 นิ้วจริง ๆ หรือไม่

ที่มา: cultofmac.com

Facebook 6.0 updated for iOS – BIG Update

โปรแกรม Facebook สำหรับ iOS ได้มีการปรับรุ่นเป็น version 6.0 ซึ่งเป็นการนำความสามารถที่มีอยู่ใน Facebook Home มาใส่เอาไว้ในการปรับปรุงครั้งนี้ด้วย รายละเอียดการปรับปรุงมีดังนี้

สำหรับ iPhone
• สามารถแชต (Chat) กับเพื่อน ๆ ได้จากทุกที่ในตัวโปรแกรมผ่านการเรียกใช้ Chat heads
• ส่งสติกเกอร์ให้กับเพื่อน ๆ ได้ (เหมือนกับโปรแกรม Line)
• เข้าถึงสิ่งที่เพื่อน ๆ คุณโพสได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับ iPad
• สามารถแชต (Chat) กับเพื่อน ๆ ได้จากทุกที่ในตัวโปรแกรมผ่านการเรียกใช้ Chat heads
• ปรับรูปโฉมการแสดงผลให้สวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งสวยขึ้นจริง ๆ

ภาพตัวอย่าง Chat heads

 

และความสามารถใหม่ที่ผมชอบมาก ๆ ก็คือการแชร์ (Share) โพสของเพื่อน ๆ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ที่นอกจากจะเป็นการแชร์แบบธรรมดาทั่วไปแล้ว ยังมีตัวเลือกที่จะสามารถแก้ไขและแชร์ (Edit and Share) ที่คุณจะสามารถพิมพ์ข้อความของคุณประกอบกับเนื้อหาที่คุณจะแชร์ และยังสามารถแชร์เนื้อหานั้น ๆ ไปในแบบของการส่งข้อความ (Send in Message) ไปให้เพื่อน ๆ ของคุณได้ด้วย

การปรับปรุงของ Facebook 6.0 นับว่าเป็นการปรับปรุงที่คุ้มค่าแห่งการรอคอยจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถโหลดหรืออัพเดตโปรแกรม Facebook ได้ฟรีจาก App Store แล้ววันนี้

 

Tips: การสลับ iMessage ไปเป็น SMS

สำหรับท่านที่ใช้ iOS ที่ได้มีการเปิดใช้งาน iMessage จะพบว่าสามารถส่งข้อความ, รูปภาพ, และอื่น ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ที่ใช้ iOS Devices เหมือนกันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ซึ่งจะส่งให้กับคนที่ใช้ Mac OS ได้ด้วย) เพราะเป็นการส่งข้อความผ่าน Data บนระบบ 3G หรือ EDGE/GPRS/WiFi

แต่คุณ ๆ ทราบหรือไม่ว่าถ้าเราไปอยู่ในพื้นที่ที่ระบบ 3G/EDGE/GPRS/WiFi ไม่เอื้ออำนวย เราสามารถที่จะบังคับให้เปลี่ยนการส่ง iMessage เป็นการส่งด้วย SMS แทนได้ (ถ้าใช้ iPhone)

 

วิธีการก็ไม่ยากครับ ถ้าคุณเริ่มสังเกตว่าข้อความที่คุณกำลังส่งด้วย iMessage นั้นใช้เวลานานจนเกินไป คุณก็เพียงแค่ใช้นิ้วกดไปที่ข้อความที่กำลังส่ง จนมีกรอบตัวเลือกแสดงขึ้นมาดังภาพข้างบน ซึ่งจะมีตัวเลือก Copy และ “Send as Text Message” แสดงขึ้นมา คุณก็เพียงเลือกตัวเลือก “Send as Text Message” เพื่อบังคับให้ iOS เปลี่ยนการส่งข้อความแบบ iMessage ให้เป็นการส่งแบบ SMS แทน

ง่าย ๆ เพียงเท่านั้น ตัว iOS (iPhone) ก็จะส่งข้อความนั้น ๆ ออกไปแบบ SMS แทน สังเกตุว่าข้อความเปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อมข้อความกำกับว่า “Send as Text Message” ซึ่งหมายถึงการส่งด้วย SMS

เทคนิคง่าย ๆ แค่นี้ก็ช่วยให้การส่งข้อความได้แบบไม่ขาดตอนครับ ลองใช้งานกันดูนะครับ……

 

** การบังคับการส่งข้อความแบบ iMessage ให้เปลี่ยนเป็นการส่งแบบ SMS นี้จะใช้งานได้กับการส่งข้อความจาก iPhone ไปที่ iPhone จะใช้งานกับ iPod Touch, iPad และ Mac OS X ไม่ได้