iOS 10.2 and WatchOS 3.1.1 is here

กลางดึกที่ผ่านมา Apple เพิ่งปล่อยตัว update iOS 10.2 และ WachOS 3.1.1 ตัวเต็มออกมาให้ update กันครับ ซึ่งทุกท่านสามารถ update แบบ OTA กันได้แล้วครับ สำหรับรายการปรับปรุงก็มีดังนี้

OS 10.2 ขอแนะนำคุณสมบัติพิเศษใหม่ๆ รวมทั้งแอพทีวี (เฉพาะภาษาอังกฤษของประเทศสหรัฐเท่านั้น) ประสบการณ์ใหม่แบบหนึ่งเดียวในการเข้าถึงรายการทีวีและภาพยนตร์จากแอพต่างๆ อิโมจิได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความละเอียดและสวยงามมากขึ้น และมีอิโมจิใหม่มากกว่า 100 แบบ รวมทั้งใบหน้าใหม่ อาหารใหม่ สัตว์ใหม่ กีฬาใหม่ และอาชีพใหม่ การอัพเดทนี้ยังประกอบด้วยการปรับปรุงความเสถียรและการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ด้วย (รายละเอียดแบบสมบรูณ์ อ่านได้จากลิงค์ข้างล่าง)

 

ios102

 

 

WatchOS 3.1.1

  • แก้ปัญหาที่อาจทำให้ไม่มีรายชื่อแสดงในแอพข้อความและการแจ้งเตือน
  • แก้ปัญหาที่อาจทำให้ไม่สามารถตอบสนองกับการแจ้งเตือนได้
  • แก้ปัญหาที่อาจทำให้กลไกหน้าปัดหุ้นไม่อัพเดทบนหน้าปัดนาฬิกา
  • แก้ปัญหาที่อาจทำให้วงแหวนกิจกรรมไม่แสดงบนหน้าปัดนาฬิกากิจกรรม
  • แก้ปัญหาที่ทำให้หน้าปัดนาฬิกาอนาล็อกไม่แสดงส่วนกำกับเวลาชั่วโมงและนาทีหลังจากที่เปลี่ยนหน่วยอุณหภูมิในแอพสภาพอากาศ
  • แก้ปัญหาที่อาจทำให้แอพแผนที่ไม่ปิดหลังจากที่เสร็จสิ้นการนำทาง
  • แก้ปัญหาที่อาจทำให้แสดงวันที่ไม่ถูกต้องในมุมมองเดือนของแอพปฏิทิน

watchos311

 

ข้อมูลเพิมเติม:

 

รูรั่วใหม่บน iOS 8 – 10.2 Beta 3

มีผู้ทีตรวจพบรูรั่วของระบบรักษาความปลอดภัยของ iOS อีกแล้ว ซึ่งทำให้คนใกล้ตัวเรา ที่สามารถสัมผัสโทรศัพท์ของเรา สามารถเข้าถึงข้อมูล Contacts และรูปภาพในเครื่องได้ แม้ว่าจะใช้รหัสล๊อคเครื่องเอาไว้ก็ตาม ซึ่งในวีดีโอนี้บอกว่า สามารถใช้วิธีการนี้ได้ตั้งแต่ iOS 8 ไปจนถึง iOS 10.2 Beta 3 ล่าสุด ซึ่งก็หมายความว่า สำหรับผู้ที่ยังใช้ iOS 9.3.x ลงไป จะไม่ได้รับการแก้ไขและอุดรูรั่วนี้อย่างแน่นอน ลองชมวิธีการกันดูครับ

 


วิธีการแก้ไข ก่อนที่ Apple จะออกตัว update มาเพื่อปิดรูรั่วนี้
1. เข้าไปที่ Settings -> Touch ID & Passcode ให้ปิด Siri ไม่ให้ทำงานในหน้า Lock Screen
2. เข้าไปที่ Settings -> Privacy – Photos แล้วปิดการอนุญาตให้ Siri เข้าถึงรูปภาพ (Photos).

คงต้องรอดูว่า Apple จะรีบออกตัว update เพื่ออุดรูรั่วนี้รวดเร็วเพียงใดครับ

 

ที่มา: TheHackernews.com

 

iOS 9.3.5 released!


Apple ได้ปล่อย iOS 9.3.5 update ออกมาเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแก้ไขรูรั่วของเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย (Security) ของตัว iOS อยู่ 2-3 อย่าง และแน่นอนก็ได้ปิดกั้นการ Jailbreak iOS 9.3.4 ที่เพิ่งจะประกาศออกมาเมื่อ 1-2 วันที่แล้วอย่างแน่นอน

เนื่องจากว่า update นี้เน้นเรื่องการอุดรูรั่วของระบบการรักษาความปลอดภัย ผมจึงแนะนำให้ทุกท่านที่ใช้ iOS 9.3.4 อยู่ รีบ update กันโดยด่วนครับ สำหรับ iOS 9.3.5 นี้น่าจะเป็น Update ท้าย ๆ ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ iOS 10 ในเดือนหน้า (กันยายน) นี้แล้วนะครับ

 

iOS 10 Developer Beta 7

เมื่อกลางดึกของคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อยตัว Update iOS 10 Developer Beta 7 (พร้อม ๆ กับ Public Beta 6) ออกมาให้ update กันอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นเวลาเพียง 4 วันหลังจากปล่อย Developer Beta 6 ออกมาเท่านั้น

ผมเชื่อว่านี่น่าจะเป็น Beta สุดท้ายแล้ว ก่อนที่จะออกตัวเต็มหรือ Golden Master ในอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อความพร้อมสำหรับติดตั้งใน iPhone 7 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงต้นเดือนกันยายนที่จะุถุึงนี้ครับ

 

iOS 10 Developer Beta 6 and WatchOS 3 Beta 6 is out

ยิ่งใกล้วันเปิดตัว iPhone ตัวใหม่ ที่คาดว่าจะใช้ชื่อว่า iPhone 7 ทาง Apple ก็เร่งปรับปรุง iOS 10 เพื่อให้ทันที่จะใส่เอาไว้ใน iPhone รุ่นใหม่นั่นเอง และเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา Apple ก็ได้ปล่อย update iOS 10 Developer Beta 6 ออกมาแล้ว (พร้อม ๆ กับ Public Beta 5) ซึ่งผมคาดว่าน่าจะเป็น Beta ท้าย ๆ แล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่รุ่น Golden Master (GM) ภายในปลายเดือนสิงหาคมนี้ และเปิดตัวเต็ม ๆ พร้อมกับการเปิดตัว iPhone 7 นั่นเอง

สิ่งที่ปรับปรุงหรือแก้ไขไปที่เห็นได้ชัดก็คือ แก้ปัญหาการแสดงผลของ iPad ที่จะมีการแสดงผลของ dock (แถวล่างของจดที่แสดง App 4-5 ตัว) ที่จะแสดงสีผิดพลาด หรือกระพริบเวลาหมุนจอไปในมุมต่าง ๆ ใน Beta 6 นี้ได้รับการแก้ไขแล้ว ส่วนเรื่องอื่น ๆ น่าจะเป็นการแก้ไข Bugs เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ

 

 

พร้อม ๆ กันนี้ก็ได้ update WatchOS 3 Beta 6 ออกมาด้วยเช่นกัน ทั้ง iOS 10 และ WatchOS 3 สำหรับผู้ใช้ทั่ว ๆ ไป คาดว่าน่าจะได้ใช้งานกันในเดือนกันยายนนี้ครับ รอกันอีกไม่นานแล้วครับ

 

iOS 10 Developer Beta 5 and WatchOS 3 Beta 5 is out

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อย update iOS 10 Developer Beta 5 (และ Public Beta 4) พร้อม ๆ กับ WatchOS 3 Beta 5 ให้ update กันแล้วครับ ผมเชื่อว่าคงจะมี Beta อีกสัก 1-2 ตัวเท่านั้น ก่อนที่จะเป็นตัวเต็ม ที่น่าจะเปิดตัวพร้อม ๆ กับ iPhone 7 ในช่วงต้นเดือนกันยายน ตามที่ลือ ๆ กันเอาไว้


สิ่งที่เปลี่ยนไปที่สังเกตุพบสำหรับ iOS 10 Developer Beta 5

Smart Battery Case – iPhone 6 สามารถทำงานร่วมกับ Smart Battery Case ได้แล้ว
Photos – Apple ปรับกรรมวิธีในการคัดแยกใบหน้าในรูปถ่าย (facial recognition) ใหม่ทั้งหมด ซึ่งตัว iOS จะเริ่มต้นตรวจสอบภาพทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อทำการแยกแยะใบหน้า และเราสามารถเพิ่มใบหน้าที่เราต้องการไว้ใน Favorites ได้

Lock sound – เสียงตอนล๊อคเครื่องเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง คล้าย ๆ กับเสียงปิดประตู
New Output icon – เปลี่ยนภาพไอคอน (Icon) ที่แสดงใน Control Center ที่เป็นไอคอนสำหรับแสดงให้รู้ว่าจะให้ภาพหรือเสียงไปออกที่ไหน

 


Settings
– Home ได้ถูกลบออกจาก Settings ใน iPhone แต่ยังคงมีอยู่ใน iPad
Widgets – ในหน้า Widgets สามารถแสดงผลข้อมูลได้ครบถ้วนแล้วทั้งใน iPhone/iPad (ใช้การปัดหน้าจอไปทางขวาเพื่อแสดง Widgets)

 

 

iOS 9.3.4 is out

Apple เพิ่งปล่อยตัว update iOS 9.3.4 ออกมาเมื่อคืน คาดว่าน่าจะเป็น Update สุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ iOS 10 ภายในเดือนกันยายนนี้  iOS 9.3.4 นี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่อง Security ต่าง ๆ และแน่นอนออกมาสกัดการ JailBreak ที่เพิ่งเปิดตัวไม่กี่วันก่อนครับ

สำหรับท่านที่ใช้ iOS 9.3.3 ก็สามารถ update กันได้แล้วครับ

 

iOS 10 Beta 4 and WatchOS 3 Beta 4 is out

ช่วงนี้ไม่ค่อยจะว่าง ทำให้ไม่ได้ update เว็บอีกเช่นเคย ก็เลยข้าม iOS 10 Beta 3, และ WatchOS 3 Beta 3 ไปเลย มาวันนี้ก็เลยมา update ข่าว iOS 10 Beta 4, WatchOS 3 Beta 4 ทีเดียวไปเลยก็แล้วกันครับ ^__^

WatchOS3-B4

 

แถมด้วยวีดีโอที่แสดงถึงความสามารถใหม่ของ iOS 10 Beta 4 ครับ

iOS 10 Beta 2 and WatchOS 3 Beta 2 is out

ตามหัวข้อเลยครับ iOS 10 Beta 2 ออกมาแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา เท่าที่ทดลองดูยังไม่เห็นความแตกต่างจาก Beta 1 มากนัก สิ่งแรกที่เห็นก็คือ บน iPhone 6 โดนบังคับให้เปลี่ยน Passcode จาก 4 หลักให้เป็น 6 หลัก แต่บน iPad mini (รุ่น 2) กลับไม่โดนบังคับให้เปลี่ยน ก็เลยไม่แน่ใจว่าตัว iOS 10 Beta 2 มันบังคับจริง ๆ หรือเกิดจากข้อผิดพลาดอะไรบางอย่าง

และต่อกันไปก็มี WatchOS 3 Beta 2 ออกมาให้ update เช่นเดียวกัน แต่ผมยังไม่เห็นความแตกต่างหลังจากที่ update ไปครับ

 

 

และก็ต้องบอกกันอีกครั้งว่า ทั้ง iOS 10 และ WatchOS 3 ยังเป็นรุ่น Beta จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปนะครับ

 

 

iOS 9.3.3 Beta 4 is out

เมื่อคืนที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อย iOS 9.3.3 Beta 4 ออกมา ซึ่งจริง ๆ แล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งจะมี iOS 9.3.3 Beta 3 ออกมา (แต่ผมไม่ได้เขียนข่าว ขออภัย) ซึ่ง iOS 9.3.3 Beta เป็นการ update แบบคู่ขนาน ในขณะที่ iOS 10 ก็อยู่ในระหว่างการเป็น Beta เช่นเดียวกัน แต่ก็มีเหตุผลที่ Apple ทำแบบนี้ ซึ่งก็คือจะมี iPhone หรือ iPad รุ่นเก่า ๆ ที่ไม่สามารถ update ไปเป็น iOS 10 ได้ ก็จะยังคงสามารถ update เป็น iOS 9.3.3 ได้นั่นเอง

iOS Beta ทุกรุ่น เหมาะสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ที่สามารถรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปครับ

 

จริงหรือ: ชาร์จมือถือไม่ระวังเสี่ยงโดนมัลแวร์ได้

 

เช้าวันนี้ 24 มิถุนายน 2559 อ่านหนังสือพิมพ์ M2F ฉบับประจำวัน ในคอลัมภ์ TGIF มีหัวข้อ “ชาร์จมือถือไม่ระวังเสี่ยงโดนมัลแวร์ได้” ผมก็เลยอยากจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาทันที เพราะว่ามันอาจจะจริง แต่ว่าจริงแค่ครึ่งเดียวนะครับ ยังไงอ่านต่อไปนะครับ

ต้องเล่าก่อนว่า พวกเราทุกวันนี้ใช้ Smartphone ที่ใช้ระบบปฎิบัติการหลัก ๆ อยู่ 2 ตัวคือ Android หรือ iOS ซึ่งเมื่อใช้งานเยอะ ๆ ทั้งวัน ก็จะประสบปัญหาว่าแบตเตอรี่อาจจะหมดในระหว่างวัน ถ้ามีแบตเตอรี่พกพาสำหรับเติมพลังให้ Smartphone ของคุณก็ว่ากันไป แต่หลาย ๆ คนอาจจะไม่มี แล้วบังเอิญว่าแถว ๆ ที่คุณกำลังอยู่นั้นมีช่องเสียบสาย USB เพื่อให้ชาร์ตแบตเตอรี่ได้ฟรี  ว๊าววววดีจัง รีบเสียบสายชาร์ตเลยสิรออะไรอยู่ ฟรีด้วย

ตรงนี้แหล่ะครับคือที่มาของเรื่องนี้ เพราะว่าคุณอาจจะไม่รู้ว่าปลายสายอีกด้านหนึ่งของช่องเสียบ USB ที่คุณเห็นนั้นแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไร ถ้ามันคือปลั๊กไฟธรรมดาก็ไม่มีปัญหาอะไร ชาร์จไปเลยฟรี ๆ แต่ถ้าจริง ๆ แล้วปลายสายอีกด้านหนึ่งคือเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เค้าเตรียมเอาไว้หลอกเพื่อดึงข้อมูลของ Smartphone ของคุณหล่ะ นั่นคือหายนะอย่างแรง

แต่อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ต้นไปแล้ว คำว่า “ชาร์จมือถือไม่ระวังเสี่ยงโดนมัลแวร์ได้” นั้นจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะว่าถ้าระบบปฎิบัติการของ Smartphone ของคุณปลอดภัย คุณก็ไม่ต้องกังวลอะไร ยกตัวอย่างเช่น iPhone (หรือ iPad) ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ iOS ถ้าคุณเสียบสาย USB เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ แล้วปลายสายอีกด้านเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งแน่นอนเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะพยายามเข้าถึงตัวเครื่อง iPhone ของคุณ แต่ด้วยความที่ iOS นั้นออกมาแบบมาให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอสมควร พอเราเสียบสายชาร์จเข้ากับ iPhone แล้ว บนหน้าจอของ iPhone ก็จะมีข้อความเตือนขึ้นมาตามรูปข้างล่างนี้

 

 

ซึ่งถ้าเราเห็นข้อความนี้แสดงขึ้นมาบนหน้าจอ ทำให้เรารู้ได้ทันทีเลยว่าปลายสายอีกด้านของ USB ที่เราเสียบนั้นคือเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะเป็นความตั้งใจของคนที่ดูเหมือนจะใจดี ให้ชาร์จมือถือได้ฟรี แต่ลึก ๆ แล้วหวังมากกว่านั้น

หน้าจอนี้กำลังบอกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้กำลังขอให้เราอนุญาติเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ใน iPhone ของเรา ซึ่งถ้าเราอนุญาต ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นเข้าถึงข้อมูลใน iPhone ของเราได้ทั้งหมด รวมถึงสามารถ Sync และ Backup Data ทั้งหมดของเครื่อง iPhone เราไว้สำหรับการเจาะข้อมูลภายหลังย และที่น่ากลัวก็คือเค้าจะสามารถเข้าถึงรูปภาพต่าง ๆ ที่เราเก็บเอาไว้ได้ในตอนนั้นเลย สิ่งที่เค้าจะทำก็คือดูดเอาภาพทั้งหมดไปเก็บเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเรามีรูปที่เราไม่ต้องการให้คนอื่น ๆ เห็น ก็จะเป็นภาพหลุดกันตอนนี้แหล่ะครับ

เพื่อความปลอดภัย ถ้าเห็นข้อความเตือนบนหน้าจอแบบนี้ ถ้าไม่จำเป็นที่จะต้องชาร์จแบตเตอรี่จริง ๆ ผมแนะนำว่าให้ถอดสายออกทันที แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องชาร์จแบตเตอรี่จริง ๆ ก็ให้กด “Don’t Trust” ไปเลย เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางจะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าถึงข้อมูลที่อยู่ใน iPhone เค้าก็จะไม่สามารถทำอะไรกับ iPhone ของคุณได้เลย เมื่อได้พลังงานแบตเตอรี่ที่พอจะไปต่อได้แล้วก็ถอดสายออกไปซะ

 

แล้วถ้าเปลี่ยนมาเป็น Smartphone ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android พอคุณเสียบสาย USB แบบเดียวกันเลย บนหน้าจอของมือถือของคุณจะไม่แสดงข้อความเตือนอะไรเลย พร้อม ๆ กับเปิดบ้านรอให้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เกือบจะในทันที ซึ่งระดับการเข้าถึงข้อมูล ก็แล้วแต่ว่าเครื่องของคุณใช้ Android เวอร์ชันไหน แต่โดยมากก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เกือบทั้งหมด รวมถึงรูปภาพและวีดีโอที่อยู่ในเครื่อง ผู้หวังดีที่เตรียมช่อง USB เอาไว้ให้เราชาร์จแบตเตอรี่ ก็เริ่มต้นดูดภาพต่าง ๆ ของคุณเอาไปไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเค้า ถ้ามีภาพเด็ด ๆ รับรองว่าไม่นานคุณได้เป็นดาราบนโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว

แล้ว “มัลแวร์” ตามหัวข้อก็อาจจะเป็นของแถมให้ด้วย เพราะ Android นั้นถ้าเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แล้ว ก็จะสามารถติดตั้ง App หรือมัลแวร์เข้าไปในตัวเครื่องได้ไม่ยากนัก ค้นหาวิธีการต่าง ๆ บน Google ศึกษานิดหน่อยก็จะสามารถเจาะระบบ Android ได้ไม่ยาก บางคนอาจจะเขียนโปรแกรมดักข้อมูลเอาไว้รอและดูดข้อมูลแบบอัตโนมัติ โดยให้ดูดข้อมูลทันทีที่ตรวจเจอ Android ที่ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ขอเค้า  ดังนั้น ถ้าคุณใช้มือถือที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android ผมไม่แนะนำให้ไปเสียบชาร์จไฟจากช่อง USB ที่คุณไม่รู้เลยว่าปลายทางเป็นอะไร รวมถึงการขอไปเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์คนอื่นเพื่อชาร์จไฟก็ไม่สมควรเช่นกัน

ที่ผมเขียนบทความนี้ก็เพียงแค่จะบอกว่าให้คุณ ๆ ตระหนักถึงความปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ในมือถือของคุณ สุดท้ายจริง ๆ ก็อาจจะไม่มีระบบปฎิบัติการใดปลอดภัยสมบรูณ์แบบ ตัวคุณเองต่างหากที่ควรจะระวังและคิดอีกทีก่อนที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้โดนขโมยข้อมูลได้ง่าย ๆ ฝากไว้ครับ

Link: About the “Trust this Computer”

 

iOS 10: You can delete Stocks App

 

ใน iOS 10 Beta ที่เพิ่งเปิดตัวมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เป็นครั้งแรกที่ Apple ยอมให้ผู้ใช้ลบแอฟที่เราไม่อยากใช้งานได้ เช่น แอฟ Stocks ซึ่งถ้าเราไม่เล่นหุ้น ก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องมีแอฟนี้ เมื่อลบไปแล้ว ก็จะได้พื่นที่สำหรับเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นมาด้วย วิธีการลบแอฟก็ทำด้วยวิธีการปกติ กดค้างที่ไอคอน (Icon) ของแอฟที่ต้องการลบ จนตัวไอคอนขยับไปมา กดที่เครื่องหมาย x ที่อยู่มุมบนซ้ายของแอฟที่ต้องการ ยืนยันการลบ ก็เรียบร้อยแล้ว

ยังไม่ใช่แค่นี้ครับ เราสามารถลบแอฟหลายตัวที่มาพร้อมกับ iOS 10 ที่เราไม่ได้ใช้ เช่น ถ้าเราไม่ได้ใช้ Apple Watch ก็คงไม่จำเป็นที่ต้องมีแอฟนี้ติดตั้งอยู่ในเครื่อง ลบทิ้งได้เลยครับ หรือเป็นกรณีที่เรามีแอฟที่เหมือนกับที่ติดตั้งมากับ iOS 10 แต่ทำงานได้ดีกว่า ก็ลบแอฟตัวนั้น ๆ ทิ้ง แล้วติดตั้งแอฟที่ต้องการแทน เช่น เราอาจจะมีแอฟเครื่องคิดเลข (Calculator) ที่ดีกว่าของ Apple เราก็สามารถลบตัวที่มากับ iOS 10 ได้เลย

แต่ถ้าวันนึงเราซื้อ Apple Watch มาใช้งาน ก็สามารถไปหาแอฟ Apple Watch ติดตั้งกลับเข้ามาใหม่ได้อีกเหมือนเดิม ซึ่งรูปข้างล่างนี้คือรายการของแอฟที่สามารถติดตั้งกลับมาใหม่ได้ (ในภาพเป็นของ iPhone แต่มีแอฟสำหรับ iPad ด้วย)

 

 

ข้อดีของการมีแอฟที่สามารถติดตั้งได้เองก็คือ Apple สามารถที่จะอัพเดตรุ่น (Version) ของแอฟได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องรอให้อัพเดตไปพร้อม ๆ กับ iOS อีกต่อไป นี่ถือว่าเป็นพัฒนาการใหม่ ๆ ที่ Apple เริ่มรับฟังเสียงของลูกค้าของเค้าบ้างแล้วครับ

ลิงค์: Download iPhone App

 

iOS 10 เพิ่งจะเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาเท่านั้น ดังนั้นจึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 10 ตัวเต็ม จะเปิดตัวสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปช่วงระหว่างเดือน กย. – ตค. ปีนี้ ซึ่งก็จะเปิดตัวก่อนหรือพร้อม ๆ กับการเปิดตัว iPhone 7 ที่คาดว่าน่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนตุลาคมเช่นเดียวกัน ยังมีความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 10 Beta 1 อีกเพียบที่ผมไม่ได้กล่าวถึง ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเติมจากลิงค์ด้านล่างครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.apple.com/ios/ios10-preview

 

 

Find my Apple Watch

 

พร้อม ๆ กับการเปิดตัวของ iOS 10 Beta 1 และ WatchOS 3 Beta 1 ตอนนี้เราสามารถใช้ Find my iPhone ในการค้นหา Apple Watch ได้แล้วครับ

 

iOS 10: ไม่มี Game Center แล้ว

Game Center เปิดตัวมาพร้อมกับ iOS 4 เมื่อ 6 ปีที่แล้ว มาถึงตอนนี้ Game Center ได้ถูกถอดออกจาก iOS 10 Beta  เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม บริการ Game Center ยังคงให้บริการอยู่ในระบบของ Apple ซึ่งถ้านักพัฒนาแอฟยังต้องการใช้งาน Game Center ในการเก็บคะแนนของเกมส์ต่าง ๆ ก็จะต้องใช้ GameKit ในการจัดการการเก็บคะแนนเองภายในตัวเกมส์

ขอบคุณภาพประกอบจาก @tazochai

 

What is new in iOS 10

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ในงาน WWDC 2016 นั้น Apple ได้เปิดตัว iOS 10 อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้เปิดให้เห็นความสามารถใหม่หรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง 10 อย่างด้วยกัน ผมก็เลยขอเอามาสรุปคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้

 

  • มีการปรับเปลี่ยน UI (User Interface) ใหม่เกือบทั้งหมด ในหน้า Lock Screen จะสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพิ่มฟังก์ชัน “Raise To Wake” ที่เพียงแค่ยกหน้าจอ iPhone ให้เงยหน้าขึ้น iPhone ก็จะแสดงหน้า Lock Screen ที่สามารถแสดง Notifications ต่าง ๆ ขึ้นมา และสามารถ Unlock เครื่องได้ทันที และในส่วนของ Notifications ต่าง ๆ ก็ปรับปรุงรูปแบบให้ทำงานได้มากยิ่งขึ้น สามารถเรียกใช้งาน App ต่าง ๆ ทีรองรับได้ทันทีจากหน้า Lock Screen และจะทำงานได้มากยิ่งขึ้นกับ 3D Touch บนเครื่อง iPhone 6S/6S Plus.

  • ปรับโฉม Apple Music ใหมทั้งหมด ใน App Music นั้นได้ปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อความง่ายในการเข้าถึงเพลงต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น มีการจัดกลุ่มของเมนูใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถเข้าถึงเพลงที่อยู่ในเครื่องหรือจาก Apple Online Music ได้ง่ายยิ่ง ๆ ขึ้น
  • แอฟใหม่ Home สำหรับการจัดการระบบการจัดการต่าง ๆ ในบ้านได้ภายใน App เดียว พร้อม ๆ กับความช่วยเหลือของ Siri ที่จะทำให้การสั่งให้เปิด/ปิดไฟ การปลดล๊อคประตูโรงจอดรถ ควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศสามารถทำได้อย่างง่ายดาย นึ่คือสวรรค์ของบริษัทที่ผลิตสินค้าในกลุ่ม IoT (Internet of Things) ที่จะสามารถเอาความสามารถนี้ไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Apple ได้เตรียม HomeKit เอาไว้ให้นักพัฒนาสามารถนำไปพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่จะผลิตขึ้นมาได้
  • แอฟ Photos ก็มีการปรับโฉมเช่นเดียวกัน ใน iOS 10 ได้มีการจัดกลุ่มของรูปภาพที่ฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถค้นหารูปถ่ายจำนวนมากได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่นการจัดกลุ่มของรูปถ่ายโดยอ้างอิงจากสถานที่, หรือด้วยการจดจำใบหน้า แล้วจัดกลุ่มของภาพโดยแยกตามรายบุคคล พร้อมกันนี้ยังสามารถจัดการสร้างไฟล์วีดีโอสั้น ๆ พร้อมเสียงประกอบ สำหรับชุดของภาพที่เราต้องการจากลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย
  • Siri ได้มีการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถมาตลอดตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับ iPhone 4S พร้อม ๆ กับการเปิดตัว iOS 10 นั้น Apple ได้เปิดตัว SiriKit ที่จะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถนำความสามารถของ Siri ไปผนวกเข้ากับแอฟของนักพัฒนาได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในด้านต่าง ๆ ของแอฟ
  • iMessage ได้มีการปรับปรุงที่เพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ในการส่งข้อความ สามารถส่งข้อความด้วยการเขียนด้วยลายมือ, ข้อความที่มี Special effect ที่สามารถเลือกได้หลายแบบ ตามอารมณ์ของข้อความที่ต้องการจะส่ง, มี Sticker ที่สามารถส่งไปในข้อความ, เพิ่มขนาดของ Emoji ให้ใหญ่ขึ้น 3 เท่า เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ง่ายขึ้น, และสามารถช่วยเปลี่ยนข้อความให้เป็น Emoji ได้ตามต้องการ

 
iOS 10 เพิ่งจะเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาเท่านั้น ดังนั้นจึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 10 ตัวเต็ม จะเปิดตัวสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปช่วงระหว่างเดือน กย. – ตค. ปีนี้ ซึ่งก็จะเปิดตัวก่อนหรือพร้อม ๆ กับการเปิดตัว iPhone 7 ที่คาดว่าน่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนตุลาคมเช่นเดียวกัน ยังมีความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 10 Beta 1 อีกเพียบที่ผมไม่ได้กล่าวถึง ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเติมจากลิงค์ด้านล่างครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.apple.com/ios/ios10-preview