first Bugs in iOS 7.1 Beta 1

Apple เพิ่งจะเปิดตัว iOS 7.1 Beta 1 ไปเมื่อเช้ามืดวันนี้ (19 พย. 56) ผมได้ทดลองใช้งานแล้ว ยังไม่พบปัญหาใหญ่ใด ๆ ใช้งานได้สมบรูณ์ดี แต่ก็ได้เจอกับข้อบกพร่อง (Bugs) อย่างหนึ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

ข้อพกพร่อง (Bugs) ที่ผมพบก็คือ เวลาที่เปลี่ยนเสียง (Sound) สำหรับการแจ้งเตือนข้อความ (SMS) หรือที่ Apple เรียกว่า “Text Tone” ถ้าคุณเลือกเสียงชุดใหม่ที่มาพร้อมกับ iOS 7 ไม่ว่าจะเป็นเสียงใดก็ตาม จะพบว่าจะได้เสียง Tri-Tone ที่เป็นเสียงมาตรฐานจากเสียงชุดเก่าที่มาพร้อมกับ iOS 6 (หรือต่ำกว่า, ที่ Apple เรียกว่าชุด “Classic”) เสียงเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเลือกใช้เสียงในชุดของ iOS 6 ที่ Apple เรียกว่าชุด “Classic” จะได้เสียงที่ตรงกับเสียงที่เราเลือกตามปกติ

นี่เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย ที่คิดว่า Apple คงจะรู้แล้ว และคงจะแก้ใน iOS 7.1 Beta 2 ต่อไปเร็ว ๆ นี้

 

 

Apple (น่าจะ) ปล่อย iOS 7.0.3 อาทิตย์หน้า

 

20131002-214256.jpg

iOS 7.0.2 ที่เพิ่งออกมายังมีปัญหาเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย ที่ยังมีรายงานที่มีคนที่สามารถผ่าน Passcode Lock ได้ด้วยการใช้ Control Center

และยังมีปัญหาของ iMessage ที่บางคนไม่สามารถส่งข้อความออกได้ (ผมก็เจอปัญหานี้) สามารถแก้ได้ด้วยการ Reset Networking Settings (Settings – General – Reset – Reset Network Settings) หลังจากนั้น iMessage จึงจะทำงานได้ตามปกติ

ดังนั้น Apple จึงต้องปล่อย iOS 7.0.3 ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหา 2 เรื่องนี้ และคาดว่าน่าจะออกมาอาทิตย์หน้าครับ

 

36 วันกับ iOS 6 Beta 1 และ Beta 2

สำหรับบางคนที่ได้ทดลองใช้งาน iOS 6 Beta ที่เปิดตัว Beta 1 ในวันเดียวกับงาน WWDC 2012 ซึ่ง iOS 6 ที่เปิดตัวมานี้เป็นรุ่น Beta เพื่อให้เหล่านักพัฒนาโปรแกรม (Developer) ได้ทำการทดสอบกับโปรแกรมที่ตนพัฒนาอยู่ รวมไปถึงปรับปรุงโปรแกรมของตนให้เข้ากันได้กับ iOS 6 ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้

แน่นอนว่ามันเป็น iOS รุ่น Beta ที่เป็นเพียงรุ่นทดสอบแรก ๆ จึงได้ของแถมติดมาด้วยคือ ปัญหาต่าง ๆ มากมาย ที่ผมได้นำมารวบรวมให้อ่านกัน

iOS 6 Beta 1 – 12 มิถุนายน 2555 (คลิกดูวีดีโอสรุปความสามารถใหม่ของ iOS 6 ได้ทีนี่)

  • มีอาการรั่ว ๆ ของหน่วยความจำ (memory leak) ของโปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้หน่วยความจำไปแล้ว ไม่คืนค่ากลับมา ทำให้ภาพรวมของ iOS รวน เนื่องจากไม่มีหน่วยความจำเหลือ หรือเหลือน้อยสำหรับการทำงาน แก้ปัญหาได้ด้วยการปิด/เปิดเครื่องใหม่
  • มีอัตราการบริโภคแบตเตอรี (Battery) แบบไร้เหตุผล แม้ว่าไม่ได้มีการใช้งานอะไรเลย แบตเตอรีกลับลดลงไปเรื่อย ๆ มีครั้งหนึ่งที่ iPhone 4 ผมอยู่ในกระเป๋ากางเกงตลอดเวลา ไม่ได้ใช้งาน (แม้ว่าจะมีการเช็คเมล์บ้างเป็นระยะก็ตาม) ก่อนที่ผมจะเก็บ iPhone เข้ากระเป๋า ณ เวลาประมาณ 1 ทุ่ม มีแบตเตอรีเหลือมากกว่า 50% แต่เพียงแค่ 4 ทุ่ม แบตเตอรีกลับหมดจนเหลือศูนย์ และเปิดเครื่องไม่ได้ ด้วยระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ไม่น่าที่จะใช้แบตเตอรีกว่า 50% ไปจนหมดได้
  • ในระหว่างการฟังเพลงตามปกติ ถ้ามีเสียงเตือนต่าง ๆ ดังขึ้นมา จะมีการปรับลดเสียงเพลงลง แทนที่ด้วยเสียงเตือนต่าง ๆ เช่น เตือนเมื่อมีเมล์เข้า แล้วพอเสียงเพลงกลับมาดังเหมือนเดิม จังหวะนั้นเอง เสียงเพลงที่กลับมาจะเป็นเสียงที่ดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คล้าย ๆ กับการเร่งเสียงให้ดังขึ้นแบบฉับพลัน (ปัญหานี้แก้ไขแล้วใน Beta 2)
  • การควบคุมเพลงด้วยปุ่มกดบนหูฟัง มีการตอบสนองที่ช้า จนถึงช้ามาก เมื่อมีการกดปุ่ม 1 ครั้งเพื่อให้เริ่มต้นเล่นเพลง กลับต้องรอไป 10 – 15 วินาที , การกดปุ่ม 2 ครั้งติด ๆ กันเพื่อเลื่อนไปเพลงถัดไป ก็อาจจะไม่ทำงาน หรือต้องรอนานกว่า 10 วินาทีจึงจะเริ่มต้นทำงาน เช่นเดียวกัน (ปัญหานี้แก้ไขแล้วใน Beta 2)
  • เมื่อเปิดใช้ฟังก์ชัน “Do Not Disturb” จะพบปัญหาของการทำงานค้าง แม้ว่าจะเลยช่วงเวลาที่กำหนดเอาไว้แล้วก็ตาม เมื่อมีคนโทรศัพท์เข้ามา ก็จะไม่มีเสียงใด ๆ แม้ว่า iPhone ยังทำงานได้ตามปกติ และจะต้องปิด/เปิด iPhone หลาย ๆ ครั้ง iPhone จึงจะสามารถรับสายที่โทรศัพท์เข้ามาได้ตามปกติ (ปัญหานี้แก้ไขแล้วใน Beta 2)
  • รูปภาพและวีดีโอ (Photo Library) หายไปทั้งหมด หลังจากติดตั้ง iOS 6 Beta 1 จะต้องทำการ Restore ข้อมูลทั้งหมดจากที่ Backup เอาไว้
  • เมื่อผ่านการใช้งานไประยะหนึ่ง การ Backup ข้อมูลทั้งหมดของเครื่องไปไว้ใน iCloud จะพบข้อความเตือนเรื่องพื้นที่ไม่พอจัดเก็บ ทั้ง ๆ ที่มีปริมาณข้อมูลในเครื่องทั้งหมดน้อยกว่า 5GB
  • ฟังก์ชัน Shortcuts (Settings – General – Keyboard – Shortcuts) ไม่สามารถใช้งานได้ (แก้ไขแล้วใน Beta 2 แต่ก็ยังทำงานได้แบบไม่สมบรูณ์)  *Shortcuts คือการย่อคำให้สั้นลง แทนประโยคยาว ๆ ด้วยอักษรไม่กี่ตัว เช่น พิมพ์คำว่า omw ให้แสดงเป็น On My Way เป็นต้น

iOS 6 Beta 2 – 26 มิถุนายน 2555

  • มีการจัดการแบตเตอรีที่ดีขึ้น แต่ยังมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่มากเกินไป
  • พบปัญหาของการจัดการหน่วยความจำ (Memory) ในกรณีที่มีการเปิดโปรแกรมค้างเอาไว้ในฉากหลัง (Multitasking) จนทำให้เกิดอาการรวน จนไม่ตอบสนองต่อคำสั่งใด ๆ แม้กระทั่งการกดปุ่ม Home จนต้องแก้ปัญหาด้วยการปิด/เปิดเครื่อง หรือ Restart เครื่องใหม่ (ด้วยการกดปุ่ม Home และ Sleep/wake ค้างไว้พร้อม ๆ กัน)
  • รูปภาพที่เคยเก็บเอาไว้ใน Photo Stream หายไปทั้งหมด หลังจาก update มาเป็น Beta 2) จะต้องมีการ upload ขึ้นไปบน iCloud ใหม่ทั้งหมด
  • พบปัญหาของการหน่วง (Delay) เมื่อทำการเลือกรูปภาพจากในเครื่อง เพื่อที่จะ Post ขึ้นสู่ Social Networking ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Path, Instagram จะแตะเพื่อเลือกรูปในเครื่องแล้ว มีการแสดงรายการของรูปในเครื่อง แต่จะเลือกไม่ได้ในทันที จะต้องรอถึง 8 – 10 วินาทีแล้วจึงจะเลือกได้ (ปัญหานี้แก้แล้วใน Beta 3)
  • ยังพบปัญหาของพื้นที่ไม่พอสำหรับ Backup ขึ้น iCloud เหมือนกับใน Beta 1
  • พบปัญหาของการหน่วง (Delay) เวลาทำแถบแสงครอบตัวอักษรบางส่วนหรือทั้งหมด (Select All) จะต้องรอสักครู่ แล้วคำสั่ง Copy, Cut จึงจะแสดงขึ้นมาให้เลือกใช้ (ปัญหานี้แก้แล้วใน Beta 3)
  • ฟังก์ชัน Shortcuts (Settings – General – Keyboard – Shortcuts) สามารถใช้งานได้เป็นบางครั้ง จนถึง Beta 3 ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

รายงานสรุปนี้ขอหยุดเอาไว้ก่อนที่ Beta 2 เพราะว่า Beta 3 เพิ่งจะเปิดตัวมาได้ 1 วัน ยังไม่พบกับปัญหาใด ๆ จึงขอยกยอดไปสรุปพร้อม ๆ กับ Beta ถัด ๆ ไปนะครับ

 

iOS Security Flaw (again): Bypass Passcode to View Camera Roll

มีคนตรวจสอบพบรูรั่วของ iOS 5.0.1 กันอีกแล้ว คราวก่อนใช้เทคนิคการถอด/ใส่ SIM คราวนี้ ตรวจสอบผมด้วย iPatch โดยใช้เทคนิคการถอดแบตเตอรี่แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ และถอด SIM ออกจากตัวเครื่อง ซึ่งจะเป็นการ Reset นาฬิกาของ iPhone เมื่อเครื่องเปิดขึ้นมาก็จะให้ใส่รหัส Passcode ตามปกติ ผู้ใช้เพียงแค่กดปุ่ม Home สองครั้งติด ๆ กัน ซึ่งจะเป็นการเรียกปุ่มกล้องให้ทำงาน เมื่อแตะที่ปุ่มกล้องแล้ว แตะต่อที่ภาพถ่ายที่อยู่ในเครื่องตรงมุมซ้าย ก็จะสามารถเข้าไปดูรูปต่าง ๆ ที่เคยถ่ายเอาไว้ได้….. อธิบายเสียยืดยาว ลองชมวีดีโอกันเลย

นี่ก็เป็นอีกครั้งของการค้นพบรูรั่วของระบบการรักษาความปลอดภัยของ iOS 5.0.1 ซึ่งแน่นอนจะเป็นการกดดันให้ Apple รีบปล่อย iOS 5.1 ออกมาเร็ว ๆ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ เหล่านี้

via: CultofMac.com

iOS 5.0.1 Bugs Lets You Bypass Passcode to Access Contacts, Make Calls

นี่เป็นอีกครั้ง 2 ที่มีผู้ค้นพบช่องโหว่ (security flaw) ของ iOS คราวที่แล้วเป็นการใช้ SmartCover ช่วยในการผ่านการใส่รหัส (passcode) คราวนี้ค้นเจอโดย iPhoneIslam ที่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถข้าม (bypass) การใส่รหัส (passcode) แล้วสามารถเข้าถึงรายชื่อโทรศัพท์ (contacts), สามารถโทรศัพท์จากรายชื่อได้ รวมไปถึงการส่งอีเมล์

ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นกับ iOS 5.0.1 บน iPhone ทุกเครื่อง นี่อาจจะเป็นการกดดันให้ Apple รีบปล่อย iOS 5.1 ออกมาให้เร็วขึ้นจากข่าวลือที่ว่า iOS 5.1 น่าจะปล่อยออกมาในวันที่ 9 มีนาคม

via: iPhoneIslam

iPad 2 (iOS5) กับ SmartCover สามารถใช้เครื่องได้โดยไม่ต้องใส่ passcode

วีดีโอข้างบนนี้แสดงให้เห็นถึง Bugs ของ iOS 5 บน iPad 2 ที่ใช้ SmartCover (หรือเคสอื่น ๆ ที่มีแม่เหล็กที่สั่งให้ iPad 2 เปิดเครื่อง) ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถใช้เครื่อง iPad 2 ได้โดยไม่ต้องใช้ Passcode แม้ว่าจะมีการกำหนด Passcode เอาไว้แล้วก็ตาม

เป็น Bugs ตัวใหญ่เป้ง ๆ เลยครับ รอดูว่า Apple แก้ไขเมื่อใด วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น แนะนำให้ปิดฟังก์ชั่น Smart Cover unlocking กันก่อนที่ Settings -> General จนกว่า Apple จะปล่อยตัว update iOS 5 เพื่อแก้ไขปัญหานี้ครับ

ที่มา: www.9to5mac.com