ไปดูมาแล้ว Steve Jobs

ภาพจาก Internet

หนังเรื่อง Steve Jobs เพิ่งจะเข้าฉายบ้านเราเมื่อไม่กี่วัน สร้างจากหนังสือชีวิตประวัติของ Steven Paul Jobs หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Apple กับ Stephen Gary Wozniak เมื่อปี 1976 หนังสือนี้เขียนโดย Walter Isaacson ผมเองก็ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว 2 รอบ (ฉบับภาษาอังกฤษ) แม้ว่าหนังสือนี้จะหนาเกือบ 700 หน้า แต่ก็อ่านได้สนุกมาก ๆ แนะนำให้หาอ่านกันครับ หนังสือเล่มนี้มีฉบับแปลเป็นไทยด้วย แต่ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ ผมขอแนะนำอ่านฉบับภาษาอังกฤษดีกว่า

กลับมาที่เรื่องหนัง Steve Jobs หนังเรื่องนี้สร้างจากหนังสือชีวิตประวัติของ Steve Jobs ก็จริง แต่ด้วยเรื่องของเวลาจำกัด หนังเรื่องนี้เสนอเรื่องราวของ Steve Jobs ได้สัก 30% เองมั้ง เพราะว่าชีวิตคน 1 คน คงจะไม่สามารถยัดไว้ในหนังเพียงแค่ 120 นาทีได้แน่นอน

เมื่อมันเป็นหนัง แน่นอนมันก็มีการใส่สีสรร และความเป็นดราม่าเข้าไปพอสมควร แต่ก็ยังคงมีเนื้อหาที่อิงประว้ติและตัวตนของ Steve Jobs ได้เป็นอย่างดี ที่ผมจะเขียนนี้ ผมจะไม่วิจารณ์นักแสดงว่ามีความเหมือนหรือคล้ายหรือไม่อย่างไร แต่จะเน้นไปที่ประเด็นบางส่วนของหนังเท่านั้น และผมจะพยายามไม่สปอยสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู ^__^

เหตุการณ์ที่(อาจจะ)​ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

ในช่วงหนึ่งของหนัง เล่าถึงก่อนที่ Steve Jobs จะขึ้นเวทีเพื่อเปิดตัว iMac G3 รุ่นใหม่ ที่เป็นรุ่นพลาสติคที่สามารถมองเห็นภายในตัวเครื่อง ซึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ที่ Steve Wazniak ได้มาพบกับ Steve Jobs เพื่อขอให้ทำอะไรบางอย่าง แล้วก็มีช่วงหนึ่งที่ Steve Jobs ถามถึงนาฬิกาที่ Steve Wozniak ใส่อยู่ ซึ่งก็คือ Nixie Watch ที่เป็นนาฬิกาที่ใช้หลอดไฟสูญญากาศ (Tube) ในการแสดงผลตัวเลข (หลอดสูญญากาศนี้คล้าย ๆ กับที่อยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยโบราณ)

 

และ Steve Jobs ก็ให้ Steve Wozniak ช่วยทำให้ดูว่าจะตั้งเวลานาฬิกานี้ยังไงถ้าต้องเปลี่ยนเวลาใหม่เมื่ออยู่บนเครื่องบิน แล้ว Steve Jobs ก็พูดเล่น ๆ ขึ้นมาว่า “คุณ ๆ (เรียกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน) คุณผู้ชายคนนี้กำลังตั้งเวลาระเบิดเวลาอยู่” เพราะว่าการตั้งเวลาของ Nixie Watch นั้น จะต้องหมุนหน้าปัดนาฬิกาออกมา แล้วใช้การจิ้ม ๆ ไปบนตัวเรือนด้านใน แล้วหลอดไฟก็จะแสดงการตั้งเวลา ซึ่งดูคล้ายกับระเบิดเวลา

แล้วมัน(อาจจะ)ไม่ได้เกิดขึ้นจริงยังไง? ต้องดูกันที่ Timeline นะครับ เครื่อง iMac G3 นั้นเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1998 แต่ Nixie Watch ที่ออกแบบและผลิตขึ้นมาจำหน่ายโดย David Forbes โดยรุ่นแรกที่เค้าออกแบบนั้นคือปี 2002 และรุ่นที่ Steve Wozniak ใช้ในหนัง(และที่ใช้จริง ๆ) นั้นวางจำหน่ายช่วงปี 2004 – 2005 ดังนั้นจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เหตุการณ์นี้จะเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในวันที่เปิดตัว iMac G3

 

ภาพจากเว็บ Nixie Watch

 

ผู้สร้างหนัง คงได้เห็นมุขตลกอันนึงที่มีคนไปสัมภาษณ์ Steve Wozniak เมื่อปี 2009 เกี่ยวกับ Nixie Watch ที่เค้าใช้อยู่ เกี่ยวกับการใช้งาน และ Steve Wozniak ก็ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เค้าตั้งเวลานาฬิกานี้บนเครื่องบิน แล้วคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็มองเค้าอย่างตกใจ เพราะอาจจะกำลังนึกว่าเค้ากำลังตั้งเวลาระเบิดเวลาอยู่นั่นเอง จึงเป็นที่มาของฉากนี้ในหนัง Steve Jobs

คุณ ๆ อาจจะงงว่าทำไมผมถึงได้รู้เรื่องนี้ เพราะว่าผมชอบนาฬิการุ่นนี้มาก ๆ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสซื้อมาใช้งาน และผมเขียนมาซะยืดยาว ไม่เชื่อผมหล่ะซี้… กดลิงค์ข้างล่างนี้เบา ๆ

ผมไม่รู้ว่าหลังจากหนังเรื่องนี้ออกไป จะมีคนไปสั่งซื้อ Nixie Watch เพิ่มขึ้นหรือไม่นะครับ

 

End to End Control

เรื่องนี้ทำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Steve Jobs ที่เค้าต้องการสร้างให้ Apple เข้าร่วมต่อสู้และเป็นผู้นำในตลาด PC อย่างเต็มที่ เค้าต้องการให้ Apple มีสินค้าที่ครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดและมีสินค้าที่ครอบคลุมในทุก ๆ กลุ่ม จนที่อาจจะไม่เหลือช่องว่างให้กับคู่แข่งอีกต่อไป ซึ่งก็จะเห็นได้ตลอดมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ Steve Jobs กลับมาเป็น CEO Apple อีกครั้ง เค้าก็ได้เริ่มวางแผนกลยุทธให้กับ Apple ใหม่ทั้งหมด โละสินค้าที่หลากหลายรุ่นที่สร้างความสับสนให้กับลูกค้า

ซึ่งถ้าคุณได้อ่านหนังสือประวัติฯ คุณจะทราบว่า Steve Jobs ได้คุยกับทีมงานฝ่ายขายของ Apple เพื่อให้เค้าแนะนำเครื่องคอมพิวเตอร์แล๊บท๊อป (Laptop) ให้กับเค้าสักเครื่อง แต่แล้วพนักงานคนนั้น ก็ไม่สามารถบอกถึงความแตกต่างของเครื่องฯ ในแต่ละรุ่นได้ ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมถึงจะต้องซื้อเครื่องรุ่นนี้ หรือรุ่นนั้น หรือสุดท้ายก็เลือกไม่ได้เลย เพราะมีรุ่นให้เลือกเยอะจนเกินไป

แล้ว Steve Jobs ก็ขีดเส้นตรงสองเส้นเป็นเครื่องหมายบวก เพื่อแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องคอมพิวเตอร์ออกเป็นรุ่น Pro และ Consumer โดยจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เดสท์ท๊อป (Desktop) สำหรับ Pro และ Consumer และเครื่องคอมพิวเตอร์แล๊บท๊อป (Laptop) สำหรับ Pro และ Consumer ดังนั้น จึงทำให้ Apple จะผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ออกมาแค่ 4 รุ่นเท่านั้น สำหรับผู้ใช้ Pro และ Consumer ที่มีความต้องการแตกต่างกัน ซึ่งก็จะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องคิดมากในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Apple ที่ย้อนกลับไปถึงคำถามที่เค้าถามทีมขายในตอนต้นนั้นเอง ถ้ามีแค่ 4 รุ่น พนักงานคนนั้นก็คงจะให้คำตอบกับ Steve Jobs ได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอน Steve Jobs ที่อาจจะเป็นลูกค้า ก็จะตัดสินใจเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ของ Apple ได้ในที่สุด

และการตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหลือแค่ 4 รุ่นนี้เอง ทำให้ Apple สามารถลดปริมาณสินค้าคงคลังไปได้มาก ทำให้สามารถลดต้นทุนของบริษัทได้อย่างมหาศาล (สินค้าคงคลังคือต้นเหตุหนึ่งของการขาดทุนของ Apple มาตลอด)

และนอกจากนี้แล้ว Steve Jobs ยังได้ตัดสินค้าจำพวกอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหลายทิ้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอล (Digital Camera), เครื่องพิมพ์ (Printer) และรวมไปถึงตัดเครื่อง PDA (Personal Digital Assistant) ที่เรียกว่า Newton ทิ้งไปด้วย ในหนังจะมีตอนหนึ่งที่ Steve Jobs พูดถึงสาเหตุที่ตัด Newton ทิ้งกับ John Sculley ด้วยเหมือนกัน โดยให้เหตุผลว่า……….. (ไปดูกันเองในหนัง) แต่ผมคิดว่าอาจจะเป็นความหมั่นไส้ของ Steve Jobs ที่ไม่อยากเห็นสินค้าที่พัฒนามาจากแนวคิดของ John Sculley ที่เป็นคนที่ไล่เค้าออกจาก Apple ก็เป็นได้ (ความเห็นส่วนตัวของผม)

และหลังจากนั้นมา Steve Jobs ก็ได้วางกลยุทธและเป็นผู้ที่เริ่มต้นคิดสินค้าใหม่ ๆ ให้กับ Apple มาตลอด ซึ่งมักจะเป็นสินค้าที่มักจะไม่มีผู้ที่คิดทำมาก่อน ตั้งแต่เครื่องเล่นเพลงที่ใช้ฮาร์ดดิสค์ (Harddisk) เป็นสื่อบันทึกอย่าง iPod ออกมาเมื่อปี 2001 ที่ออกมาเพื่อฆ่า Walkman ที่ Sony ครองตลาดอยู่ในยุคนั้น (ในหนังก็มีช่วงหนึ่งที่ Steve Jobs พูดกับ Lisa เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย, ไปดูกันเอง), ผลิตโทรศัพท์มือถือจอสัมผัสอย่าง iPhone เมื่อปี 2007 ที่ CEO ของ Microsoft ในขณะนั้น (Steve Ballmer) ถึงกับออกมาสบประมาทเอาไว้ว่าจะมีใครซื้อโทรศัพท์ราคาแพงขนาดนั้น แต่ในที่สุดเรา ๆ ก็รู้กันดีว่าผลที่ออกมาเป็นเช่นไร, และยังมีเครืองแทบเบล็ต (Tablet) อย่าง iPad เมื่อปี 2010 ที่เป็นการสร้างกลุ่มสินค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก แล้วก็กลายมาเป็นต้นแบบให้กับสินค้ากลุ่มนี้ที่มีเลียนแบบออกมาอีกมากมาย จนมาถึง Apple Watch ในปัจจุบัน และอาจจะยังมี Digital TV  ที่ Apple ยังไม่ได้ลงไปร่วมเล่นอย่างเต็มตัว รวมไปถึงรถยนต์อัจฉริยะ (Smart Car) ที่มีข่าวลือว่า Apple กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบและผลิตอยู่ ซึ่งคาดกันว่าคงจะอีกไม่นาน

ทั้งหมดนี้ คือแนวคิดของ Apple ที่คน Apple เรียกว่านี่คือ Apple’s DNA ที่ Steve Jobs ได้คิดและออกแบบเอาไว้ แม้ว่าเค้าจะตายไปแล้ว Apple’s DNA นี้ก็จะยังคงอยู่และสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ Apple ต่อไปได้อีก….. แต่จะนานแค่ไหน เราต้องมาดูกันต่อไป


เพิ่มเติม (2 มีนาคม 2559): 
จริง ๆ แล้ว Apple ได้เริ่มต้นทดสอบ iPad ก่อน iPhone แต่อาจจะเพราะเทคโนโลยีในช่วงนั้น อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับ iPad ดังนั้น Apple จึงเปิดตัว iPhone ออกมาก่อน โดยอาศัยหลักการการออกแบบที่ได้มาจากการออกแบบจอสัมผัสของ iPad

 

เอาแค่ 2 เรื่องก่อนละกันนะครับ จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องหลายประเด็นน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Lisa Brennan Jobs ที่น่าสงสารมาก ๆ เป็นลูกสาวที่ Steve Jobs ไม่ยอมรับว่าเป็นลูกสาว (ในช่วงแรก ๆ) แต่จริง ๆ แล้วในใจลึก ๆ Steve Jobs ก็คงยอมรับอยู่แล้ว ถึงขนาดเอาชื่อลูกสาวมาตั้งเป็นชื่อรุ่นนึงของเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Apple แต่ว่าตัวเค้าเองเป็นบ้าดีเดือด ไม่เคยยอมคน ก็เลยอาจจะมีอัตตาที่ไม่ยอมรับในช่วงแรก และยังมีเรื่องของ Chrisann Brennan ที่เป็นภรรยาของ Steve Jobs วัยหนุ่ม ที่เป็นแม่ของ Lisa Brennan Jobs ซึ่งในหนังสร้างให้ Chrisann ค่อนข้างเป็นคนที่เห็นแก่ได้ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะความเป็นแม่ที่ต้องการให้ Steve Jobs ยอมรับในความเป็นลูกของ Lisa และให้  Steve Jobs เอาใจใส่ในลูกสาวบ้าง (ในส่วนนี้อาจจะเป็นการใส่สีสรรดราม่าให้กับหนังเท่านั้น)

สำหรับ Chrisann Brennan เธอนั้นก็ได้เขียนเขียนหนังสือที่เกี่ยวกับ Steve Jobs ในแบบของเธอเช่นกัน ชื่อหนังสือว่า “The bite in the Apple” (ผมยังไม่เห็นว่ามีการแปลเป็นภาษาไทย) ลองไปหาอ่านกันดู เพื่อจะได้เห็นอีกมุมนึงของตัวตนของ  Steve Jobs ที่กล่าวถึงโดยภรรยาคนแรกของเค้า

Reality Distortions Field ที่ในหนังสือเป็นอีกบทหนึ่งที่น่าอ่านมาก ๆ ที่บอกให้เห็นถึงตัวตนของ Steve Jobs ในวัยหนุ่ม ที่มีความก้าวร้าว หยิ่ง ยโส โอหัง ใช้คำพูดรุนแรงกับทุกคน ไล่พนักงานที่เค้าไม่พอใจออกได้ทุก ๆ วัน และถ้าเค้าพอใจใครหรือถ้าใครอะไรได้ตามใจเค้า เค้าก็จะรักและโอ๋คนคนนั้นมาก ๆ ในหนังเองก็มีฉากที่ Steve Wozniak ได้ด่า Steve Jobs อย่างรุนแรงว่า “You are an asshole” เพราะ Steve Jobs นั้นขึ้นชื่อได้ว่าสามารถหักหลังได้ทุกคน แม้กระทั้งกับ Steve Wozniak ที่เป็นเพื่อนและผู้ร่วมก่อตั้ง Apple มาตั้งแต่แรกก็ตาม ถ้าต้องการอ่านชีวประวัติของ Steve Wozniak แนะนำให้อ่านหนังสือชื่อ “iWoz” ที่เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ Steve Jobs และ Apple (ไม่แน่ใจว่ามีแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่นะครับ)

จบแล้ว ท่านใดมีความคิดเห็นแตกต่างก็ติชมได้ที่ข้างล่าง หรือส่งเมล์มาคุยกันครับที่ iamsk at tpug.org

 

Links:

 

1 comment to ไปดูมาแล้ว Steve Jobs

You must be logged in to post a comment.