Trump’s no carry-on Laptop Policy; Great Opportunity for Microsoft.

เนื่องจากนโยบายใหม่ของ Donald Trump ที่ประกาศห้ามการนำเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Laptop) และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่ามือถือขึ้นบนเครื่องบิน ถ้าเป็นเที่ยวบินเข้าสู่อเมริกาจากประเทศในตะวันออกกลางหลายประเทศ (ดูรายการข้างล่าง)

With Trump’s new policy, no carry-on Laptop (and devices that larger than Phone) when fly to the US from selected Airports (mostly from Middle East, see a list below). Microsoft should see this as an opportunity. Make a “Windows to Go” (WTG) as a ready to use Windows 10 in a Flash Drive. Just buy it at Airport Kiosk, open and plug to any computer at the Airport. With a few steps of configuration, user will get a complete set of Windows to use. In the WTG package, it may pack with a current version of Microsoft Office that user can activate with their subscriptions, and/or option to activate as new customer. This way user no need to carry any laptop around, get healthier for no need to carry heavy laptop. This WTG can be re-use and work everywhere.

ทำให้ผมคิดว่า Microsoft น่าจะถือเอาเรื่องนี้เป็นโอกาสอันดีทีจะทำเงินมากขึ้น ด้วยการเตรียม “Windows To Go” (WTG) ที่เป็น Windows แบบพร้อมใช้ในแฟลชไดรฟ์ (Flash Drive) นักเดินทางจากหรือในประเทศที่อยู่ในรายการที่โดนห้าม เพียงแค่ซื้อแฟลชไดรฟ์อันนี้ที่เคาน์เตอร์ขายสินค้าในสนามบิน แกะกล่องออกมา เสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ ตั้งค่าเล็กน้อยก็สามารถที่จะมี Windows 10 สำหรับพร้อมใช้งานในทันที และในแฟลชไดร์ฟ อาจจะติดตั้ง Microsoft Office รุ่นล่าสุดมาให้พร้อมกันเลย แล้วให้ผู้ใช้ลงทะเบียนใช้งานจากสมาชิกที่มีอยู่แล้ว (Subscriptions) หรือว่าซื้อและจ่ายเงินเพื่อเป็นสมาชิกได้ในทันที เพียงแค่นี้ก็ตัดปัญหาการที่จะต้องเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นเครื่องบินไม่ได้อีกต่อไป (และแถมยังสุขภาพดีไม่ต้องแบกคอมพิวเตอร์ให้หนักอีกด้วย) และเจ้า WTG ก็สามารถใช้งานซ้ำได้ ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ตลอด ๆ

 

 

To make it even more success, Microsoft might make a deal with Airports to Install Computer CPU with Internet ready, no hard drive in it. This is mean no Windows, no OS. Simply have the computer ready for “WTG” customer to use. This will be a “Happy Ending”. Make more money.

*If you don’t know what is Windows To Go? Please talk to IT guy near you.

และเพื่อเพิ่มโอกาสมากขึ้น Microsoft น่าจะไปติดต่อกับสนามบินต่าง ๆ เพื่อขอติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีแค่ ซีพียู (CPU), คีย์บอรด์, เมาส์ และจอภาพ พร้อมกับมีอินเตอร์เน็ต (Internet) ที่พร้อมใช้งาน แต่ไม่มีฮาร์ดไดร์ฟ (Hard drive) ที่บรรจุ Windows หรือ OS ใด ๆ เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์ที่พร้อมใช้สำหรับลูกค้าที่ซื้อ WTG ไปแล้วเท่านั้นเอง เพียงแค่นี้ก็ จบบริบรูณ์ รับทรัพย์กันไป

*ถ้าคุณยังไม่รู้หรือเข้าใจว่า Windows To Go คืออะไร ลองปรึกษาทีมงาน IT ใกล้ตัวดูนะครับ

 

List of ban Airport.
  1. Queen Alia International Airport (AMM), Amman Jordan
  2. Cairo International Airport (CAI), Cairo, Egypt
  3. Ataturk International Airport (IST), Istanbul, Turkey
  4. King Abdul-Aziz International Airport (JED), Jeddah, Saudi Arabia
  5. King Khalid International Airport (RUH), Riyadh, Saudi Arabia
  6. Kuwait International Airport (KWI), Kuwait City, Kuwait
  7. Mohammed V Airport (CMN), Casablanca, Morocco
  8. Hamad International Airport (DOH), Doha, Qatar
  9. Dubai International Airport (DXB), Dubai, UAE
  10. Abu Dhabi International Airport (AUH), Abu Dhabi, UAE

 

 

อ่านต่อ » Trump’s no carry-on Laptop Policy; Great Opportunity for Microsoft.

no Privacy with Google

วันนี้ (5 ก.พ. 2017) ผมได้เดินทางมากรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียอีกครั้ง หลังจากที่เคยมาครั้งล่าสุดเมื่อปี 2008 ซึ่งอะไร ๆ ก็คงเปลี่ยนไปมากมาย ยกเว้นการจราจรทียังติดขัดเหมือนเดิม 🙂

I came back to Jakarta Indonesia today (Feb 5th, 2017). After last visit in 2008. Lots of changed, but traffics still the same. 🙂

ครั้งนี้ที่ออฟฟิศจองโรงแรม Mandarin Oriental เอาไว้ให้ พร้อมกับให้ทางโรมแรมเตรียมรถมารับที่สนามบินด้วย พอถึงสนามบินจาการ์ตา ผมผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า ผ่านด่านศุลกากร เดินออกมาแลกสตางค์นิดหน่อย แค่พอติดกระเป๋า (ที่เหลือจะไปแลกในเมือง) เดินออกมาเพื่อจะหาคนจากโรงแรมที่จะมารับ เดินออกมาได้ 3-5 ก้าว ผมกำลังมองหาคนของทางโรงแรม จู่ ๆ คนของทางโรงแรมก็เดินเข้ามาพร้อมป้ายของโรงแรม และทักทาย

The office book me at Mandarin Oriental Hotel, with airport pick-up. Landed at Jakarta International Airport. Went through Immigration process, got the luggage, customs check. Exchange a small amount of money and then looks for hotel staff. Just a little of 3-5 steps walk.  The hotel staff immediately walks to me and greet:

เค้า/him: Welcome to Indonesia, Mr. Somphop
ผม/me: (งงเล็กน้อย/confused) Oh… Thank you. How do you know me?
เค้า/him: I have your photo.
ผม/me: How?
เค้า/him: I Googling you, search your last name and your photo pop-up.
ผม/me: Oh….. that…. is good, very smart……

การพูดคุยกันจบแค่นั้น เพราะผมและเค้าเดินมาถึงรถ Silver Bird* (ชื่อของรถแท๊กซี่อินโดนีเซีย) ที่เป็นรถเมอร์ซิเดซเบนส์สีดำ ผมก็ขึ้นรถและเดินทางต่อไปโรงแรม ก่อนจากผมก็ขอบคุณเค้าอีกครั้งที่ไปรอรับผมที่หน้าทางออก

That’s all for the conversation with this guy as we reached to the taxi. Thanks him again. Got into “Silver Bird” taxi (it’s actually Black Mercedes) and head to the hotel.

สักพักนั่งรถมาถึงโรงแรม โชคดีที่รถไม่ติดมากใช้เวลาประมาณ 30 นาที ที่หน้าโรงแรม มีเจ้าหน้าที่โรงแรมผู้หญิงยืนรอรับอยู่แล้ว และแน่นอนเค้าทักทายผมทันทีที่เปิดประตูลงมา Welcome to Mandarin Oriental Mr.Somphop เอ่อ… ผมไม่ต้องถามแล้วว่าทำไมถึงได้รู้ว่าเป็นผม เค้าคงทำงานกันเป็นทีม ^__^ ขอบคุณและทักทายกันไป

Today is Sunday, traffic was not bad. Only 3o minutes from Airport to Hotel. The hotel receptionist is ready to greet me on the side way. As I step out of the taxi. She greet me “Welcome to Mandarin Oriental Mr.Somphop”. I don’t need to ask how she’s know me. Yeah, they work as a team.  I thanks her and proceed to the hotel entrance.

เดินเข้าไปในในโรงแรม เธอบอกว่า ไม่ต้องเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ไปที่ห้องได้เลย เธอได้เตรียมทุกอย่างพร้อมไว้หมดแล้ว เธอพาเดินตรงไปที่ลิฟต์และขึ้นสู่ชั้น 11 พร้อม ๆ กับผู้ชายอีกคนที่นำกระเป๋าเดินทางขึ้นมาให้ เมื่อถึงห้อง เธอเปิดประตูห้องให้และเชิญให้นั่งที่เก้าอี้ เพื่อเซนต์ชื่อในเอกสารที่เธอเตรียมมา พร้อม ๆ กับอธิบายนู่นนี่นั่นตามปกติของการเข้าพักห้องพักในโรงแรม เด็กยกกระเป๋าเทน้ำผลไม้ที่เป็น Welcome Drink ให้ในแก้ว จนเสร็จสิ้นการเช็คอิน เธอกับเด็กยกกระเป๋าก็ขอตัวออกจากห้องไป

While we’re get into the hotel. She said “let’s go to your floor, and check-in in your room. I’ve everything ready for you Sir”. The bell boy carry my suitcase along with us. We reached 11th floor, she open room’s door.  Invite me to sit and have me signed check-in form. The bell boy preparing a welcome drink. She provide me all necessaries information, both are leave the room.

ผมเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า รายงานตัวกับเจ้านายที่บ้าน ล้างหน้าล้างตาเล็กน้อย หิวมาก ๆ เพราะเป็นเวลาบ่าย 2 โมงกว่า ๆ แล้ว ก็เลยลงลิฟต์ไปเพื่อจะไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม (ฝั่งตรงข้าม แต่สะพานลอยอยู่ไกลมาก ๆ) พอเดินออกจากลิฟต์ กำลังเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่ออยากจะขอให้ช่วยเรียก Taxi ให้  พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ทักมาก่อนเลย Good Afternoon Mr.Somphop (เอ่อ ทำงานเป็นทีมจริง ๆ ด้วย) How can I help you? เอ่อ… ทุกคนในโรงแรมคงจะรู้จักผมทุกคน 🙂

ผมบอกความจำนงไป เธอก็พาเดินออกไปที่หน้าโรงแรม จัดแจงให้พนักงานเรียกรถ Silver Bird ให้ แต่รอบนี้เป็นรถตู้ 7 ที่นั่ง และแจ้งอีกว่า ในวันเสาร์อาทิตย์ โรงแรมมีบริการพิเศษ ไม่ต้องจ่ายค่า Taxi รวมถึงขากลับด้วย (ต้องกลับมาถึงก่อน 3 ทุ่ม) เพียงนั่งรถกลับมา แล้วแจ้งเลขที่ห้องพัก ทางโรงแรมจะจัดการจ่ายค่ารถให้เอง เจ๋งเป้ง

Its time to unpack, clean up myself, call the Boss at home :-). Its 2:30 pm, so hungry. Get down to the lobby, walk to the reception counter. The lady immediately greet me “Good Afternoon Mr.Somphop, how can I help you?”. Really? You guy are really work as a team. May be everyone at the hotel know me now. 🙂

I told her “I’d like to go the mall just opposite the hotel”. Opposite, yes but can’t walk. Crossover bridges are very far from the hotel. She helps me to get a Taxi (Silver Bird again, but this time is a mini van). She continued, we’ve a complementary taxi services for you. Free ride to anywhere in Jakarta on the weekend. You can just ride, we will covered it for you. Including the one you took back (must be before 9 pm), when arrived just tell your room number to the bell boy. They will sort it out for you. Wow. What a wonderful services.

บริการอื่น/Other Service:

  • ผมสามารถเลือกได้ว่า จะกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารชั้น G, ห้องอาหารชั้น 21 สำหรับ Executive Floor หรือจะสั่งมากินที่ห้องก็ยังได้ (ราคาห้องพักรวมอาหารเช้าแล้ว). Breakfast will be serve on the G floor, On the Executive Floor (21st), or I can just have it in the room. Just let them know.

 

ประเด็นของเรื่องเล่ายืดยาววันนี้ คือประโยชน์และความน่ากลัวของ Google จริง ๆ ผมลองไป Search นามสกุลผมดูบ้าง เจอข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมเยอะพอสมควร มีลิงค์ไปที LinkedIn ด้วย และยังมีระบบที่คล้าย ๆ กับ LinkedIn ที่ผมไม่เคยรู้จักโผล่มาด้วย พร้อมกับประวัติการทำงานผมทั้งหมด (ที่เกือบจะ update) และยังไปเจอชื่อผมจาก blog ที่เพื่อนชาวกัมพูชาเขียนเอาไว้เมื่อหลาย ๆ ปี (2008) ก่อนโผล่มาด้วย และอีกมาก

Google มันช่างมีประโยชน์และน่ากลัวมาก ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ของตัวเราอยู่ที่ตรงไหน ความลับไม่มีในโลกจริง ๆ

The conclusion is that now we can’t have any privacy on the Internet. Anyone will able to find you on Google. Search my last name on Google, found lots of information. There is a link to my LinkedIn account, link to website that similar to LinkedIn which I don’t even know it. Link to my Cambodian friend blog post from 2008, which mentioned my name. And much more.

Google is very useful and scary at the same time. There is no Privacy, everyone is watching you.

 

*รถ Taxi ของที่อินโดนีเซียมีชื่อเรียกตามเกรดหรือระดับของความหรูหรา ตั้งแต่ Blue Bird, Silver Bird (Executive), Golden Bird (Limousine) ซึ่งจะพบเห็นได้มากที่สุด และยังมีบริการ Taxi ของบริษัทอื่น ๆ อีก รวมไปถึง Grab และ Uber ด้วย

 

3 Years Anniversary

วันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว หรือเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2556 (2013) เป็นวันแรกที่ผมได้เริ่มมาทำงานกับที่ทำงานปัจจุบัน (ขอไม่เอ่ยชื่อองค์กร เนื่องจากจรรยาบรรณและระเบียบภายใน) เวลา 3 ปีผ่านไปเร็วราวกับโกหก ทำงานที่นี่ได้พบกับคนเก่ง ๆ มากมายที่อยู่ในอเมริกาและอีกหลายประเทศ ได้เดินทางต่างประเทศมากมาย ได้ไปอัฟกานิสถานด้วย รวมทั้งได้มีทีมงานในเอเชียแปซิฟิคอีก 10 กว่าคน หนุกหนานมาก ๆ

Today’s 3 years ago, December 15, 2013. Its was the new day, new job at new organization. Time fly at lightning speed, it’s 3 years. With this job, I get to know experts from US’s HQ and around the world. Visiting new counties, including Afghanistan. Furthermore, I’ve a great IT team in Asia Pacific region. Lots of joy.

 

 

แล้วก็สุขใจยิ่งขึ้น เมื่อเจ้านายใหญ่สุดในทิมที่อยู่อเมริกาส่งข้อความมายินดีที่ทำงานครบ 3 ปีผ่านทาง LinkedIn ตามในภาพ ซึ่งเค้าเป็นคนแรกที่ติดต่อผมเข้ามาเพื่อให้ผมสมัครงานกับที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ ทำให้ผมได้เข้ามาสัมภาษณ์และทำงานกับองค์กรนี้ในที่สุด ขอบคุณหลาย ๆ ครับ

I was even more joy, when US’s BIG boss (head of the team) send me a message via LinkedIn, for my 3 years anniversary. He is the first person that contacted me, get me to apply to my position at this organization, interviewed me and here I am now. Thank you very much Boss.

 

The more challenges will come. ^__^

.

3 years ago today!

lastdayatpath-2013

 

3 years ago today, Dec 6, 2103. It was my last day at PATH International (Thailand). Its also the same day that I got a called from FHI360’s HR. That was great, a call that offered me a new job.

I was told her (the HR) that I would like to start in Jan 2014. Coz I fell like it’s not much for me to do before New Year (and need some break). She pause and said No. Please start Dec 16, 2013. Oh OK krub.  So I’ve only one week off, before start new job at FHI360. ^__^

Link: Last day at PATH International – Dec 6, 2013

 

นิโคล เทริโอ และเนปาล

nicole

ทุก ๆ ครั้งที่ iPhone สุ่มเพลงของ นิโคล เทริโอ ชุดแรกขึ้นมาให้ฟัง จะทำให้นึกถึงตอนที่ไปเมือง Kathmandu , Nepal เป็นครั้งแรก เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2542 (1999)

ช่วงนั้นอากาศหนาวพอสมควร ชอบมาก ๆ หมอกเต็มเมือง ตอนเช้าใส่เสื้อยืดแขนสั้นเดินจากโรงแรมไปออฟฟิศ ระยะการมองเห็นไม่ถึง 10 เมตร อากาศเย็นฟังเพลงเศร้า ๆ ของนิโคล ได้บรรยากาศดีมาก ๆ

อยากไป Nepal อีกครั้ง (ถ้าจำไม่ผิดได้ไป Nepal 4 ครั้ง ระหว่าง 8 ปีที่ทำงานที่ EngenderHealth)

 

not study but still pass

study-pass

 

Hahaha this is me when i was on Master Degree in Information System years ago. Not really go study that much, may be only half semester (each). Need to travel due to the work. And spend most of the time sleep in the class. The result is all B+ and only one A. ^___^

ผมก็เป็นแบบในรูปนี้เลย สมัยเรียนปริญญาโท เมื่อหลายปีก่อน เพราะว่างานประจำ จะต้องเดินทางต่างประเทศตลอด ๆ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาไปเรียน คร่าว ๆ แต่ละเทอมได้ไปเรียนสักครึ่งนึงเองมั้ง เวลาอยู่ในห้องเรียนก็หลับเกือบจะตลอด ฮ่า เพื่อน ๆ ในห้องคงจะจำได้ แต่เกรดออกมา A หนึ่งตัว ที่เหลือ B+ นะครับ

 

Right Ear Piercing

rightearpiercing

เทคโนโลยีเปลี่ยนไป ทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างดีขึ้น ผมเคยเจาะหูข้างซ้ายสมัยเรียน ป.ตรี ปี 3 (มั้ง) น่าจะประมาณ ปี 2536 จำได้ว่าเจาะแบบเอาตุ้มหูเจาะสด ๆ เลย แผลอักเสบตั้งแต่วันแรก บาดเจ็บสาหัส.. ต้องใส่ก้านกระเทียม วุ่นวาย ต้องงดการกินไข่

มาถึงยุคปัจจุบัน มีตุ้มหูแบบใส่เครื่องยิงเจาะเลย ไม่เจ็บเลยสักนิด บาดเจ็บเล็กน้อย คาดว่าไม่ต้องใส่ก้านกระเทียม แค่ใส่ตุ้มหูอันนี้เอาไว้จนกว่าแผลจะหายดี ไม่ต้องงดไข่

#RightEar #Piercing

 

November is Hot Like Hell

SK-Korma

For the last 1-2 days, I felt Bangkok is hot like Hell. (Is this really Winter season?) A few minute walk is make my under shirt and shirt are fully wet. this make me lost confident, worry that I might generate a bad smell when contact with people.

Handkerchief is unable to support me any more. Just one wipe over head and face. its fully wet too. I might need to use a Loincloth (or Krama in Khmer) like in this photo everyday now. what do you think?

1-2 วันมานี้ ผมรู้สึกว่ากรุงเทพฯ ร้อนมาก จนมากที่สุด เดินไป-มาแป๊บเดียวเหงื่อออกเต็มตัว เสื้อกล้ามตัวในเปียก จนเปียกออกมาเสื้อตัวนอกด้วย น่ารำคาญสุด ๆ และทำให้ขาดความมั่นใจ กังวลว่าเดินผ่านหรืออยู่บนรถไฟฟ้าคนอื่น ๆ เค้าจะเหม็นเหงือป่าวหว่า…

เหงื่อเยอะขนาดที่ว่าผ้าเช็ดหน้าเอาไม่อยู่ เช็ดหัวเช็ดหน้าครั้งเดียว เปียกชุ่มโชก ต่อไปคงจะต้องพกผ้าขาวม้าแบบในรูปนี้ทุกวันแทนแล้วมั้ง

 

#BarcampBKK 2016 T-Shirt

วันนี้ไปงาน บาร์แคมป์บางเขน ที่ ม.เกษตร #bcbk 2016 น้อง ๆ จัดงานได้ดี ซึ่งก็มีขลุกขลักบ้าง ซึ่งก็เป็นสีสรรบาร์แคมป์ทุกงาน มาขำตอนจบงาน น้องพิธีกรชายแจกของ มีเสื้อ #BarcampBKK 2016 มาแจกด้วย (ไม่รู้ว่าได้มาจากไหน) ตอนน้องประกาศ บอกว่าจะแจกเสื้อ Barcamp 2016 เหมือนจะเลี่ยงที่จะพูดคำว่า Bangkok ฮ่า ๆ

BarcampBKK2016-TShirt

ลองดูข้อความบนเสื้อนะครับ ถ้าน้องเห็นตัวเลข 2016 ก็ต้องเห็นคำว่า Bangkok แน่นอน ข้ามไปซะงั้น ผมไม่ได้คิดมากไปใช่มั้ย? 🤣😂😅

 

ทำไมถึงทรัมป์กับฉันได้….

trump
Credit: Internet

 

เราจะทรัมป์ตามสัญญา

Trump (2)

Credit: iamSK

 

เด็ก “โอลิมปิควิชาการหายไปไหน” ?

Science-Olympics

คำถามนี้ผมเคยถามตัวเองหลายครั้ง เพราะไม่รู้ว่าจะไปถามใคร และผมจะรู้สึกขัด ๆ กับความรู้สึก เวลาที่เห็นข่าวน้อง ๆ ได้รับเหรียญโอลิมปิควิชาการ สาขานู่น…นี่…นั่น… ตลอด ๆ

บอกก่อนเลยแม้ว่าผมจะเป็นคนเรียนไม่เก่งนัก เกรดเฉลี่ยแล้วแต่อารมณ์และความขี้เกียจ (ปวช.ห่วยแตก ปวส.ดีมาก, ป.ตรี ห่วยแตกซ้ำสอง… มาป.โท เอ่อ ดีมากอีกแล้ว) แต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกอิจฉาพวกน้อง ๆ นะครับ ความรู้สึกขัด ๆ นั้นมาจากการที่หลาย ๆ ครั้งหลังจากพวกน้อง ๆ ได้รับเหรียญโอลิมปิควิชาการมาแล้ว ข่าวก็จะกระพืออยู่พักนึง แล้วก็เงียบหายไป พวกน้อง ๆ ก็ไม่ได้มีชื่อปรากฎต่อสังคมอีกเลย….

เฮ๊ย พวกเอ็งหายไปไหนฟ่ะ

ผมไม่รู้เลยพวกเค้าหายไปไหน ไปทำอะไร หรือว่าไปทำงานที่ไหน บทความนี้มาตอบและไขข้อข้องใจผมได้เกือบหมด และบทความนี้ทำให้เห็นเลยว่า คนไทยเห่อและอวยกับเด็กไม่กี่คน ที่ผ่านการประคบประหงมเป็นพิเศษ พิเศษ และพิเศษ อัดความรู้และวิชาการเข้าไป เพื่อที่จะได้ไปสอบให้ได้รางวัลมาเป็นที่ชื่นชูของประเทศ เหมือนไก่ที่ได้รับอาหารเต็ม ๆ เพื่อที่จะมีน้ำหนักดี ๆ ขายได้ราคาดี ๆ แต่ลืมคิดไปหรือไม่ว่า เด็กไม่กี่คนนี้เองผลาญเงินประเทศชาติไปเท่าไหร่ มันคุ้มค่าจริงหรือไม่

เพราะว่า…. พอได้เหรียญรางวัลมาแล้ว ก็หายเข้ากรม/กอง กลายเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีหน้าที่ทำวิจัย (โดยหาทุนมาทำ) และใช้หนี้ไปตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสโงหัวขึ้นมาทำมาหากินอย่างอื่นได้เลย จะต้องรับราชการเท่านั้น เพราะต้องใช้เงินทุนคืนตลอดชีวิต ทำไมเค้าไม่ได้เอาความรู้ความสามารถมาใช้พัฒนาประเทศจริง ๆ หล่ะคร๊าบ….

จะดีกว่ามั้ย ถ้าเอาเงินเหล่านี้ไปช่วยพัฒนาการศึกษาให้เด็ก ๆ อีกหลายล้านคน ที่ไม่เคยรับการเหลียวแล ให้ได้รับการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ (ไม่ต้องฟรี แต่ขอไม่แพง) ข้อมูลก็มีให้เห็นกันอยู่แล้วว่าเด็กไทยนั้นมีผลการศึกษาเป็นเช่นไร ทำไมไม่เอาเงินจำนวนมหาศาลนี้ไปสร้างโรงเรียน พัฒนาระบบการศึกษา ให้เด็ก ๆ ได้มีความรู้ความสามารถที่จะนำมาช่วยพัฒนาประเทศได้หลากหลายสาขา ไม่ไปจมกับคนที่รับทุนไปแล้ว หายหัวไปหมด ไม่มีประโยชน์ใด ๆ

ผมว่าดีกว่าเยอะนะครับ

http://www.tcijthai.com/tcijthainews/view.php?ids=5381.php

ปล. ใครไม่ถูกใจ ไม่ถูกใจใคร ด่าได้ครับ