Check Activation Lock Status

Apple ได้พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้กับ iOS, iPhone/iPad อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Two-Step Verification และการพัฒนาเรื่อง Activation Lock (เริ่มใช้ตั้งแต่ iOS 7) เพื่อป้องกันเครื่องถูกขโมย แล้วสามารถนำเครื่องไปใช้งานต่อได้ มาถึงตอนนี้ Apple ได้พัฒนาต่อไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวเครื่องมือบนเว็บที่เรียกว่า Check Activation Lock Status เพื่อช่วยในการตรวจสอบว่า iPhone/iPad ของเราได้เปิดฟังก์ชัน Activation Lock เอาไว้แล้วหรือยัง

 

วีธีการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงเข้าไปที่เว็บ Check Activation Lock Status แล้วเอาเลขอีมี่ (IMEI) หรือเลขซีเรียลของตัวเครื่อง iPhone/iPad (Serial Number) กรอกในช่องที่เตรียมเอาไว้ ใส่รหัสยืนยันตามที่แสดงบนหน้าจอในพื้นแรงเงาสีดำ กด Continue รอสักครู่ ถ้าเครื่อง iPhone/iPad ของคุณได้เปิด Activation Lock เอาไว้แล้ว ก็จะพบกับหน้าจอคล้าย ๆ กับข้างล่างนี้

 

อ่านต่อ » Check Activation Lock Status

iCloud get updated – Part 1

ผม…ห่างหายไปจากการ update เว็บพอสมควร เพราะว่างานประจำยุ่งอย่างมาก ๆ ทำให้พลังงานในการมาเขียนบทความลงเว็บแทบจะไม่มี แม้ว่าจะมีเรื่องราวอย่างจะเขียนมากมายก็ตาม และตัวเว็บเองก็ประสบปัญหาเล็กน้อย เพิ่งจะย้ายมาที่ Server ใหม่เสร็จสิ้น เลยเอาบทความมาปล่อยให้อ่านกันเสียก่อน ก่อนที่จะลืมกันไป (เอ๊ หรือว่าลืมไปแล้ว ^__^)

 

หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone 6, iPhone 6 Plus พร้อม ๆ กับ iOS 8 ตัวเต็มที่ให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกันไปตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา Apple ก็ได้ปรับปรุง iCloud ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เป็นการเพิ่มความสามารถใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ iCloud Drive ที่มาพร้อมกับ iOS 8 นั่นเอง จึงเป็นที่มาของบทความนี้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน iCloud ที่อยู่บนเว็บ www.icloud.com

ซึ่งเมื่อคุณได้ทำการ Login เข้าสู่เว็บ iCloud ด้วย Apple ID และรหัสผ่าน (Password) ของคุณแล้ว คุณก็จะพบกับระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ ที่เพิ่มขึ้นมา ตั้งแต่ที่ Apple ได้เริ่มต้นใช้งาน Two-Step Verification คุณจะพบว่าเว็บ iCloud จะไม่ให้คุณเข้าไปใช้งานหน้าเว็บ จนกว่าคุณจะยืนยันตัวตนของคุณจริง ๆ ว่าเป็นเจ้าของ Apple ID ที่คุณกำลังใช้งานอยู่นั้นจริง ๆ

อ่านต่อ » iCloud get updated – Part 1

iOS 8 Feature: Recently Deleted

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน ตอนนี้เป็นความสามารถใหม่ที่คล้าย ๆ กับ Recycled Bin ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่จะเป็นที่เก็บรูปที่เราลบออกจาก Camera Roll เอาไว้ก่อน ที่ Album ที่ชื่อว่า Recently Delete ซึ่งจะยังคงเก็บรูปนั้น ๆ เอาไว้จนกว่าเราจะเข้าไปลบออกจาก Album “Recently Deleted” อีกที หรือถ้าเราเปลี่ยนใจ เราก็สามารถที่จะเอารูปนั้น ๆ กลับมาไว้ใน Camera Roll ได้อีก

ในวันแรก ๆ ที่ผมใช้ iOS 8 Beta 1 ผมได้ลบรูปหลายรูปทิ้งไป แต่ก็ยังงงว่าทำไมถึงยังแสดงอยู่ใน Camera Roll เหมือนเดิม เหมือนกับว่าเป็นข้อผิดพลาด (Bugs) ที่ลบรูปไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นความสามารถใหม่ของ iOS 8 ที่เก็บรูปที่เคยลบออกไปไว้ใน Recently Delete นั่นเอง

**แต่ก็ยังเรียกว่าเป็นข้อผิดพลาด (Bugs) อยู่นิดหน่อย เพราะว่ารูปที่ลบแล้วควรจะหายไปจาก Camera Roll แล้วไปอยู่ใน Recently Deleted แทน แต่บางครั้งรูปที่ลบไปแล้ว จะยังคงแสดงอยู่ในทั้ง Camera Roll และ Recently Deleted

 

จากภาพด้านบน ถ้าเข้าไปที่โปรแกรม Photos ด้านล่างจะเป็นตัวเลือก Albums เมื่อแตะที่ Albums แล้วเลื่อนลงไปด้านล่างสุด จะพบว่ามี Album ที่ชื่อ Recently Deleted ที่จะเก็บรวบรวมรูปต่าง ๆ ที่เราเคยลบทิ้งไปแล้วทั้งหมด จากรูปข้างบนจะเห็นว่ามีทั้งหมด 22 รูป

 

 

เมื่อแตะที่ Album “Recently Deleted” ก็จะพบกับรูปทั้งหมดที่เคยลบทั้งหมด เมื่อเราแตะที่ “Select” ที่มุมบนขวา (ไม่ได้แสดงในภาพ) ก็จะมีตัวเลือกข้างล่างให้เราเลือก ลบรูปทิ้งทั้งหมด (Delete All) หรือว่าจะเรียกคืนรูปทั้งหมดกลับมา (Recover All) แต่ถ้าเราแตะที่รูปใด ๆ หรือหลายรูป ก็จะเป็นการเลือกรูปที่เราต้องการลบทิ้ง (Delete) หรือเรียกคืนรูปกลับมา (Recover) ได้ตามต้องการ

นี่เป็นความสามารถใหม่ใน iOS 8 ที่เตรียมเอาไว้ในกรณีที่ผู้ใช้เกิดเปลี่ยนใจ และต้องการรูปภาพหรือวีดีโอที่ลบทิ้งไปแล้วกลับมาใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เพราะถ้าผู้ใช้ไม่เคยเข้าไปลบรูปและวีดีโอออกจาก Recently Deleted พื้นที่เก็บข้อมูลใน iPhone/iPad ก็จะไม่ลดลงเลย ก็อาจจะเจอปัญหาของพื้นที่ในการเก็บข้อมูลเต็ม ทั้ง ๆ ที่คิดว่าได้ลบรูปและวีดีโอทิ้งไปบ้างแล้ว

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

 

iOS 8 Feature: iCloud Documents and Data

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน มาต่อกันที่เรื่องการจัดการข้อมูลบน iCloud บน iOS 8 ได้เพิ่มความสามารถในการจัดเก็บ Documents และ Data ไว้บน iCloud ได้หลากหลายชนิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับ Data ที่มาจาก App ที่อยู่ใน iPhone/iPad

ด้วยความสามารถนี้เอง จะทำให้เราสามารถนำ Data นั้น ๆ ไปใช้งานต่อได้บนเครื่อง PC/Mac ถ้ามีโปรแกรมชนิดเดียวกันอยู่บน PC/Mac ด้วย

จากรูปข้างบน คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมือผมเปิดโปรแกรม Plant Nanny เป็นครั้งแรกหลังจากที่เริ่มต้นใช้ iOS 8 Beta 1 ซึ่ง iOS 8 ก็จะทำการเก็บ Data ของ Plant Nanny ขึ้นไปไว้บน iCloud ซึ่งถ้าผมเปิดโปรแกรม Plant Nanny จาก iPad หรือ iPhone เครื่องอื่น ๆ ที่ใข้ Apple ID ตัวเดียวกัน ก็จะทำให้สามารถใช้ Data ของโปรแกรมนี้ต่อได้ในทันที

*แนะนำให้รอจนกว่าข้อมูลจะถูกนำขึ้นไปเก็บไว้บน iCloud จนสมบรูณ์ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและการสูญหายของข้อมูล ผมเคยยกเลิกขั้นตอนนี้ไปครั้งนึง พบว่า Data ของ Plant Nanny หายไปจนหมดสิ้น

นี่จึงเป็นความสามารถที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งานข้อมูลจาก iCloud ได้จากหลาย ๆ เครื่องพร้อม ๆ กันครับ

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

iOS 8 Feature: Contacts Suggestion

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน มาต่อกันที่ความสามารถเล็ก ๆ ที่ช่วยในการเพิ่มรายชื่อของคนที่เราติดต่อด้วยเข้าไปใน Contacts ใน iPhone/iPad ของเรา

 

จากภาพข้างบน จากในโปรแกรม Mail ที่ผมได้รับอีเมล์มาจากเพื่อนร่วมงานท่านหนึ่ง ตัว iOS 8 ตรวจพบว่า ผมยังไม่เคยมีรายชื่อของเพื่อนร่วมงานคนนี้ใน Contacts ของผม ก็เลยเสนอตัวเลือกให้ผมเพิ่มชื่อของเค้าเข้าไปใน Contacts ของผม ซึ่งผมสามารถที่จะเลือก Ignore ที่จะไม่เพิ่มรายชื่อของเค้า หรือเลือก Add to Contacts เพื่อเพิ่มรายชื่อของเค้าเข้าไปใน Contacts

ซึ่งเมื่อเลือก Add to Contacts แล้ว ก็จะเข้าไปที่โปรแกรม Contacts ที่จะแสดงข้อมูลของคนที่เรากำลังจะ Add ทั้งหมด ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เราสามารถแก้ไขหรือเพิ่มข้อมูลได้ตามต้องการ แล้วก็ Save เก็บเข้า Contacts ต่อไป

นี้เป็นความสามารถเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ iOS 8 ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้ดี

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

 

iOS 8 Feature: QuickType

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน เริ่มต้นด้วย QuickType ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ที่มาช่วยเหลือในการพิมพ์ข้อความบน iOS 8 ที่จะช่วยเดาคำที่เราจะพิมพ์ต่อไปให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งถ้าคำที่ตัว iOS 8 เดาขึ้นมาให้ตรงกับคำที่เราต้องการ เราก็เพียงแค่แตะที่ข้อความนั้น ก็จะเป็นการเลือกข้อความนั้นมาต่อกับประโยคที่เรากำลังพิมพ์อยู่ในทันที

QuickType ทำให้เพิ่มความรวดเร็วในการพิมพ์และลดความผิดพลาดขอระบบเดาคำ Auto correct ที่ใช้งานมาตั้งแต่ iOS 1 แล้ว และที่สำคัญ QuickType รองรับภาษาไทยด้วย ลองชมภาพประกอบกันครับ

ทดสอบ QuickType ภาษาไทย

ทดสอบ QuickType ภาษาอังกฤษ

จะเห็นได้ว่า QuickType ได้ช่วยในการเดาคำที่เราต้องการพิมพ์ต่อไปให้โดยอัตโนมัติ แล้วแสดงขึ้นมาในส่วนบนของคีย์บอร์ด เราต้องการคำไหน ก็เพียงแค่แตะที่คำนั้น ๆ

จากตัวอย่างในภาษาอังกฤษ บางครั้งที่ QuickType เดาคำให้เราและเน้นคำนั้นด้วยตัวหนังสือสีฟ้าบนพื้นสีขาว QuickType เดาว่าคำนั้น ๆ เราอาจจะพิมพ์ผิด จึงเสนอคำที่คิดว่าน่าจะใช่ขึ้นมาให้ แต่เราก็ยังสามารถเลือกคำที่เราต้องการจริง ๆ ได้ตามต้องการ

และนี่คือ QuickType หนึ่งในความสามารถใหม่ของ iOS 8 Beta

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4s, iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2, iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

iOS 7: การปิด Find my iPhone

ต่อจากบทความเมื่อวาน ที่ผมเขียนอธิบายไปว่า เราจะไม่สามารถ Restore iOS ได้ถ้าไม่ได้ปิด Find my iPhone ก่อน จึงทำให้คนที่ขโมยเครื่องไป (หรือเก็บเครื่องคุณได้) จะไม่สามารถ Restore iOS ให้กับ iPhone/iPad/iPod Touch ที่ใช้ iOS 7 ได้เลย

ถ้าหัวขโมยต้องการปิด Find my iPhone เพื่อทำการ Restore iOS ก็ต้องเข้าไปที่ Settings -> iCloud แล้วเลือก Find my iPhone ให้เป็น Off (ภาษาไทย: การตั้งค่า -> iCloud -> ค้นหา iPhone ของฉัน)

 

 

พอเลือก Find my iPhone ให้เป็น Off แล้ว จะพบกับกรอบข้อความให้ใส่ Password (รหัสผ่าน) ของ Apple ID (ตามรูปข้างบน) ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ขโมยเครื่องไปจะไม่ทราบ Password ของ Apple ID ของคุณอย่างแน่นอน ดังนั้น เค้าก็จะไม่สามารถปิด Find my iPhone ได้

และถ้าเค้าปิด Find my iPhone ไม่ได้ เราก็จะยังคงตามหา iPhone ของเราได้ด้วยระบบ Find my iPhone จากบนเว็บ www.iCloud.com ได้

 

ย้ำอีกที นี่คือหนึ่งในความใส่ใจของ Apple ที่เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่อง iDevices ของคุณ ซึ่งเป็นความสามารถที่เพิ่มขึ้นมา ถ้าคุณใช้ iOS 7 แล้วเท่านั้น ถ้าคุณยังไม่ได้ update iOS 7 หรือยังลังเล นี่อาจจะเป็นอีกข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ไม่ยาก

 

บทความที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ :
– Apple เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้ Apple ID

 

iOS 7: Restore iOS ไม่ได้ถ้า Find my iPhone ยังเปิดอยู่

ความเดิมในตอนที่แล้ว ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นของ iOS 7 ที่เรียกว่า “Activation Lock”  – ที่จะเป็นการช่วยเหลือเจ้าของเครื่อง iPhone/iPad/iPod Touch ในการยืนยันความเป็นเจ้าของตัวเครื่องได้ ด้วยการผูก Apple เข้ากับตัว iDevice ทำให้ไม่สามารถ Activate เครื่องได้ ถ้าไม่รู้ Apple ID และ Password ที่เคยใช้กับเครื่องนั้น ๆ มาก่อน ถ้ายังไม่ชัดเจน ขอเชิญย้อนกับไปอ่านได้ที่นี่ -> Feature: Activation Lock

ถ้าเครื่อง iDevices ของคุณหายหรือโดนขโมย ก่อนที่จะถึงขั้นตอนของการ Activate เครื่อง คนที่ได้เครื่องไปก็จะต้อง Restore iOS ให้กับตัวเครืองเสียก่อน ซึ่งถ้าเราใช้ iOS 7 แล้ว และได้มีการเปิดฟังก์ชัน Find my iPhone เอาไว้แล้ว ถ้าคนที่ได้เครื่องไปพยายามที่จะ Restore iOS เพื่อลบข้อมูลของเราทิ้ง ก็จะพบกับกรอบข้อความข้างล่างนี้

 

จากกรณีนี้ที่เป็นเครื่อง iPad mini ของผม กรอบข้อความข้างบนกำลังบอกว่า “โปรแกรม iTunes ไม่สามารถ Restore iPad ที่ชื่อ “iamSK” ให้ได้ เพราะว่าฟังก์ชัน Find my iPad ยังเปิดอยู่” และมีคำแนะนำให้เข้าไปที่ Settings ของ iCloud เพื่อทำการปิดมันเสียก่อน แล้วถึงจะ Restore iPad ได้

นี่คือหนึ่งในความใส่ใจของ Apple ที่เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่อง iDevices ของคุณ ซึ่งเป็นความสามารถที่เพิ่มขึ้นมา ถ้าคุณใช้ iOS 7 แล้วเท่านั้น ถ้าคุณยังไม่ได้ update iOS 7 หรือยังลังเล นี่อาจจะเป็นอีกข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ไม่ยาก

ตอนต่อไป ผมจะเขียนต่อไปอีกว่า ในเมื่อ Restore iOS ไม่ได้ ตามข้อความข้างต้น ก็คงจะมีความพยายามที่จะปิด Find my iPhone ต่อไป แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง รออ่านกันนะครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ :
Apple เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้ Apple ID

 

iOS 7: กดปุ่มเปลี่ยนเพลงไม่ได้ ไม่ใช้ Bugs

สำหรับคนที่ update/upgrade ไปใช้ iOS 7 Beta แล้วมาบ่นว่า ทำไมใช้ปุ่มบนสายแฮนด์ฟรีเพื่อเปลี่ยนเพลงไปข้างหน้า/ย้อนหลัง ไม่ได้แล้ว สงสัยจะเป็น Bugs แน่ ๆ เลย ผมขอบอกเลยว่าไม่ใช่ Bugs เว็บนอกก็มีคนบ่นเหมือนกัน แต่ไม่มีใครบอกว่าเพราะอะไร

**คุณจะได้รู้วิธีการแก้ไขจากที่นี่เป็นที่แรก

 

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเวลาที่คุณกดปุ่มบนสายแฮนด์ฟรีเพื่อเปลี่ยนเพลง? สาเหตุจริง ๆ ก็เพราะว่า iTunes Radio ครับ ถ้าคุณใช้ Apple ID ของอเมริกา จะทำให้โปรแกรม Music ของคุณสามารถใช้ iTunes Radio ได้ด้วย และเจ้า iTunes Radio นี้จะอยู่ตัวเลือกแรกสุด (ซ้ายสุด) ของโปรแกรม Music จึงทำให้โปรแกรม Music อยู่ที่หน้านี้เสมอ เวลาคุณกดปุ่มบนสายแฮนด์ฟรีเพื่อเปลี่ยนเพลง โปรแกรม Music ที่ยังค้างอยู่ที่หน้า Radio และยังไม่ได้เลือกสถานีวิทยุ มันจึงไม่เข้าใจว่าการกดปุ่มบนสายแฮนด์ฟรีนั้นจะให้ทำอะไร

วิธีการแก้ไข สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณแตะไปที่ตัวเลือกอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Radio เช่น Playlists, Artists, Songs เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถกดปุ่มบนสายแฮนด์ฟรีเพื่อเปลี่ยนเพลงได้เหมือนกัน หรือถ้าไม่ต้องการใช้วิธีการกดปุ่มบนสายแฮนด์ฟรีเพื่อเปลี่ยนเพลง คุณอาจจะใช้วิธีการเปิด Control Center ขึ้นมา แล้วกดปุ่ม Next/Previous เพื่อเปลี่ยนเพลงแทนครับ

สรุปง่าย ๆ ปัญหานี้เกิดจากความสามารถ (Feature) ของ iOS 7 ไม่ใช่ Bugs

 

** ย้ำกันอีกที คุณได้รู้วิธีการแก้ไขนี้จากที่นี่เป็นที่แรก ^___^

 

iOS 7′s Feature: Short Name

iOS 7 Beta มีอะไรใหม่ ๆ ให้ค้นหาพอสมควรทีเดียว วันนีผมก็เปิดนู่นนี่นั่นไปเรื่อย ๆ จนเข้าไปที่ Settings -> Mail, Contacts, Calendars ได้พบกับตัวเลือก “Short Name” ที่ไม่เคยเจอมาก่อนใน iOS 6 แต่ผมไม่แน่ใจว่ามีมาตั้งแต่ iOS 7 Beta 1 เลยหรือไม่นะครับ

 

 

Short Name คืออะไร?

เมื่อกดเข้าไปที่ตัวเลือก “Short Name” ก็จะพบกับหน้าจอด้านขวา ที่มีอธิบายที่ Apple เขียนเอาไว้ว่า

“Short names are sometimes used to fit more names on screen. Only names using Roman characters are affected”

อธิบายง่าย ๆ ได้ว่า “Short Name” จะช่วยย่อชื่อที่แสดงออกมาสั้นลง ในกรณีที่มีการแสดงผลที่มีชื่อและนามสกุลของหลาย ๆ คนพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงผลกับอีเมล์ที่มีจำนวนของคนที่รวมอยู่ในอีเมล์ฉบับเดียวกันหลาย ๆ คน โดยจะมีผลกับตัวอักษรภาษาอังกฤษเท่านั้น เมื่อเปิดฟังก์ชัน “Short Name” แล้ว iOS 7 ก็จะย่อชื่อให้สั้นลง ตามเงื่อนไขย่อยดังนี้

  • First Name & Last Initial ให้แสดงชื่อ และ ตัวอักษรตัวแรกของนามสกุล
  • First Name & Last Name ให้แสดงชื่อ และนามสกุลเต็ม
  • First Name Only ให้แสดงเฉพาะชื่อ
  • Last Name Only ให้แสดงเฉพาะนามสกุล

นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถกำหนดได้ว่า ให้แสดงเฉพาะ ชื่อเล่น (Nicknames) แทนชื่อและนามสกุล ถ้าเราได้ใส่ชื่อเล่น (Nicknames) ของคนนั้น ๆ เอาไว้ใน Contacts วิธีการก็ง่าย ๆ เพียงเลือกเปิดตัวเลือก “Prefer Nicknames” เท่านั้น

 

ภาพตัวอย่างการแสดงผล

 

จากภาพตัวอย่างข้างบน จะเห็นว่าถ้าเลือก First & Last Initial จะแสดงชื่อของบุคคล และตัวอักษรตัวแรกของนามสกุล (ภาพซ้าย) แต่ถ้าเลือก First Name Only จะแสดงผลเฉพาะชื่อของบุคคล (ภาพขวา)

 

นี่คืออีกหนึ่งความสามารถเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ iOS 7 ที่เพิ่มขึ้นมา เพื่อช่วยในการแสดงผล ให้ผู้ใช้สามารถอ่านรายชื่อของบุคคลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

 

 

iOS 7’s Feature: Shortcuts

ในตอนที่ Apple เปิดตัว iOS 7 ระหว่างงาน WWDC 2013 ได้มีการพูดถึงหนึ่งในความสามารถใหม่ที่เรียกว่า “Notifications Sync” ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ที่ใช้ iOS’s Devices มากกว่า 1 เครื่อง เช่น ใช้ทั้ง iPhone และ iPad และใช้ Apple ID เดียวกัน เวลาที่มีข้อความเตือน (Notifications) แสดงขึ้นมา แล้วผู้ใช้ยกเลิกการแสดงข้อความเตือนนั้นที่เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แล้วจะมีผลให้ข้อความเตือนอีกเครื่องหนึ่งหายไปด้วย

ต่อยอดจากฟังก์ชันนี้ พบว่า Apple ขยายขอบเขตมาถึงฟังก์ชัน Shortcuts (Settings – General – Keyboard – Shortcuts) ที่เอาไว้สร้างข้อความสั้น ๆ แทนประโยคที่เราใช้บ่อย ๆ ได้ เช่น ให้พิมพ์คำว่า btw แทนคำเต็มว่า by the way  ซึ่งฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มาก ๆ ในกรณีที่เราจะต้องส่งข้อความเดิม ๆ บ่อย ๆ (รองรับการใช้งานเป็นภาษาไทยด้วย)

ฟังก์ชันนี้มีมาตั้งแต่ใน iOS 5 และถ้าคุณใช้ทั้ง iPad และ iPhone ถ้าต้องการมี Shortcut แทนคำเต็มแบบนี้ทั้ง 2 เครื่อง คุณก็ต้องใส่ข้อความเหมือนกันทั้ง 2 เครื่องเอาเอง แต่ใน  iOS 7 ผมพบว่า ด้วยความสามารถในการ Sync ระหว่างเครื่องด้วย Apple ID เดียวกัน ทำให้ Shortcut ที่ใส่ไว้ในเครื่องใดเครื่องหนึ่ง จะไปเพิ่มให้กับอีกเครื่องหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ภาพประกอบด้านล่างนี้ จะเห็นว่าทั้ง iPhone และ iPad ของผมมี Shortcut เดียวกันทั้ง 2 เครื่อง

 

นี่เป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่มมาใน iOS 7 แต่ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้มากทีเดียว

iOS 7: Kill App like a Pro

แนะนำอีกหนึ่งความสามารถใหม่ของ iOS 7 ที่เกี่ยวกับ Multitasking ที่จากเดิมใน iOS 6 (หรือต่ำกว่า) เวลากดปุ่ม Home ติด ๆ กัน 2 ครั้ง จะแสดงรายการของ App ที่เปิดเอาไว้ ขึ้นมา ถ้าเราต้องการจะปิดมัน ต้องกด icon แช่จน icon นั้นเต้นดุ๊กดิ๊ก แล้วจึงกดปุ่ม x ที่มุมบนของ icon ทีละตัว

แต่ iOS 7 ได้มีการปรับปรุงในส่วนการจัดการ Multitasking ใหม่ทั้งหมด หลังจากกดปุ่ม Home 2 ครั้งติดกันแล้ว iOS 7 จะแสดงรายการ App ที่ยังทำงานอยู่แบบเต็มจอ และการปิด App นั้นใช้วิธีการปัดหน้าจอ App ที่ต้องการปิดไปด้านบน และที่สำคัญ เราสามารถปิด App ได้เจ๋งกว่านั้น ลองชมในวีดีโอครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.apple.com/ios/ios7

Feature: Activation Lock

คลิกที่รูป เพื่อดูขนาดเต็ม

Apple เปิดตัว iOS 7 พร้อมกับความสามารถใหม่ ๆ มากมาย หนึ่งในความสามารถใหม่ก็คือ “Activation Lock” ที่จะเป็นการช่วยเหลือเจ้าของเครื่อง iPhone/iPad/iPod Touch ในการยืนยันความเป็นเจ้าของตัวเครื่องได้ หลักการทำงานก็คือ เมื่อมีการใช้งาน iOS 7 กับเครื่อง iDevice ใด ๆ ก็ตาม ตัว iOS 7 จะผูกตัวเครื่องเข้ากับ Apple ID ของเจ้าของเครื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมระบบรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเครื่อง

สมมติว่าเครื่อง iPad ของคุณโดนขโมยไป แล้วหัวขโมยพยายาม Restore iOS ใหม่ให้กับ iPad ของคุณ (ด้วยการเข้าโหมด DFU) ขั้นตอนการ Restore จะผ่านไปได้เหมือนปกติ แต่เมื่อการ Restore เสร็จสิ้น หัวขโมยก็จะเจอกับหน้าจอที่ผมเอามาให้ดูข้างบน โปรแกรม iTunes จะบังคับให้ Activate เครื่อง iPad ด้วยการใช้ Apple ID เดิมที่เคยใช้กับเครื่อง iPad เครื่องนี้มาก่อน (สังเกตุกรอบสีแดงที่เป็น Apple ID ของผม ที่ Apple แสดงตัวอักษรเพียงบางตัวเท่านั้น) ซึ่งถ้าไม่ใช่เจ้าของเครื่องจริง ๆ ก็จะไม่สามารถ Activate iPad เครื่องนี้ได้เลย นี่เป็นอีกหนึ่งความพยายามของ Apple ที่ช่วยลูกค้าในการปกป้อง iDevice ที่หายไป (หรือโดนขโมย) เพื่อไม่ให้ผู้ที่ได้เครื่องไปไม่สามารถใช้งานเครื่องได้

แต่ถ้ามองอีกมุม ในกรณีที่เราขายเครื่อง iDevice ให้กับคนอื่น ๆ เราก็ควรที่จะ Restore ตัวเครื่อง แล้ว Activate เครื่องให้เรียบร้อยก่อน จึงส่งต่อให้กับเจ้าของเครื่องใหม่ ให้ไปทำการ Login ด้วย Apple ID ของเค้าเองต่อไป จึงจะเป็นการลงทะเบียนตัวเครื่องกับระบบของ Apple อีกครั้ง

 

You’re listening to iTunes Radio

iOS 7 Beta เปิดตัวมาพร้อมกับความสามารถใหม่อีกหนึ่งอย่าง ที่เรียกว่า iTunes Radio ที่เป็นบริการรายการวิทยุที่เปิดเพลงให้ฟังผ่านทาง Internet ซึ่งถือว่า Apple ได้เปิดตลาดใหม่อย่างเป็นทางการกับ iOS 7 หลังจากที่มีข่าวลือมาหลายปี *อนึ่ง iTunes Radio นี้จะเปิดให้บริการในอเมริกาเท่านั้น อ้าว แล้วผมเข้าไปใช้บริการได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่อยู่เมืองไทย มาดูเฉลยตอนท้าย ๆ ครับ

มาดูกันว่า iTunes Radio นี้ทำงานอย่างไร

อ่านต่อ » You’re listening to iTunes Radio

ความสามารถใหม่ของ iOS 7: Pull-to-Search

วันนี้ผมขอนำเสนอความสามารถใหม่ของ iOS 7 ที่เรียกว่า (ผมเรียกเอง) Pull-to-Search ที่ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลในเครื่อง iPhone (หรือ iPad, iPod Touch) ที่ใช้ iOS 7 ต่างจากเดิมที่ใน iOS 6 และต่ำกว่า จะใช้วิธีการเลื่อนหน้าจอไปจนถึงหน้าซ้ายสุด จึงจะเปิดหน้าจอค้นหา (Search) ให้ใช้งาน

ใน iOS 7 เปลี่ยนวิธีการค้นหาข้อมูลใหม่ ใช้วิธีการแตะบริเวณใด ๆ ก็ได้กลางหน้าจอ แล้วลากนิ้วลง ก็จะเปิดหน้าต่างสำหรับค้นหาข้อมูลขึ้นมาให้ใช้ ลองชมจากในวีดีโอข้างล่างนี้ได้เลยครับ

 

ย้ำกันอีกสักที iOS 7 ตอนนี้เพิ่งจะเปิดตัวเป็นรุ่น Beta 1 ซึ่งเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนา App เท่านั้น มี Bugs เพียบ จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.apple.com/ios/ios7