iOS 8 Beta 5 is out (Build 12A4345d)

เป็นไปตามปกติที่ครบ 2 อาทิตย์ Apple จะปล่อยตัว update iOS 8 beta ใหม่ ใน Beta 5 นี้มีการ update สำคัญ ๆ หลายอย่างเช่นกัน ซึ่งทาง macrumors ได้สรุปเอาไว้ค่อนข้างครบถ้วนแล้วนะครับ สามารถตามเข้าไปอ่านกันได้เลย

iOS 8 Beta ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

iOS 8 Beta 4 is out (Build 12A4331d)

เมื่อคืนที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อยตัว update iOS 8 Beta 4 (Build 12A4331d) ออกมา ตามระยะเวลาปกติคือทุก ๆ  2 อาทิตย์ การ update ครั้งนี้ เป็นการแก้ไขปัญหา (Bugs) ที่มีมาตั้งแต่ Beta 1 ซึ่งอันนึงที่เป็นปัญหาใหญ่ ก็คือปัญหาของ Contacts ที่อยู่ในเครื่องไม่ทำการ Sync กับ Contacts ที่อยู่บน iCloud จนในที่สุดที่ Beta 4 ปัญหานี้ก็หมดไป

นอกจากนี้แล้วยังมีการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถใหม่ ๆ บางอย่าง แล้วผมจะนำมาสรุปให้อ่านกันนะครับ

iOS 8 Beta ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

Apple เปิดฟังก์ชัน Two-Step Verification สำหรับผู้ใช้ในไทยแล้ว

ผมได้เขียนข่าวและเทคนิคการเปิดใช้งาน Two-Step Verification เอาไว้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 ซึ่งในตอนนั้น Apple ที่เป็นช่วงเริ่มต้นการใช้งานความสามารถนี้ ทาง Apple เปิดให้ใช้งานได้กับ Apple ID ของประเทศ US, UK, Australia, Ireland และ New Zealand เท่านั้น

มาถึงตอนนี้ ผ่านไปปีกว่า ๆ Apple ได้เปิดให้ผู้ใช้อีก 48 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยได้มีโอกาสใช้งาน Two-Step Verification แล้ว

 

Two-Step Verification เป็นระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ Apple ID ผมขอแนะนำให้ผู้ใช้ทุก ๆ ท่านเปิดใช้งานกันวันนี้เลย เพื่อความปลอดภัยของ Apple ID ของคุณเอง

ถ้าคุณยังไม่รู้หรือไม่เข้าใจว่าจะเปิดใช้งานได้อย่างไร แนะนำให้อ่านบทความที่ผมเขียนเอาไว้เมื่อปีที่แล้วได้ด้วยการคลิกเบา ๆ ที่ลิงค์ต่อไปนี้ Apple เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้ Apple ID

 

 

iOS 8 Beta 3 is out (Build 12A4318c)

Apple ปล่อยตัว update iOS 8 Beta 3 ออกมาหลังเที่ยงคืนเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เว้นระยะห่างจาก Beta 2 ไป 3 สัปดาห์ เนื่องจากว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมี Update iOS 7.1.2 การ update ครั้งนี้ยังคงเป็นการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ (Bugs) รวมถึงการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง (ขอขอบคุณภาพประกอบทั้งหมดจากเว็บ iClarified.com , ภาพอยู่ด้านล่างสุด)

  • เพิ่ม App Analytics ที่จะช่วยส่งข้อมูลและข้อผิดพลาดไปให้กับนักพัฒนา App เพื่อที่จะใช้ในการปรับปรุงและแก้ไข App ต่าง ๆ
  • เพิ่มหน้าจอ iCloud Drive ที่จะเป็นการจัดเก็บข้อมูล (Data) ของ App ต่าง ๆ เอาไว้บน iCloud ซึ่งผู้ใช้สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะให้ App ใดบ้างจัดเก็บข้อมูลไว้บน iCloud
  • เพิ่มตัวเลือกเปิดปิด Handoff ที่เป็นฟังก์ชันให้ผู้ใช้สามารถทำงานต่อเนื่องกันจาก iDevice คนละเครื่องหรือต่อที่เครื่องแมค
  • เพิ่มตัวเลือกในการฟังข้อความเสียง (Audio Message) ด้วยการยกเครื่องขึ้นมาแนบหู ในกรณีที่มีข้อความเสียงฝากเอาไว้
  • ปรับปรุงหน้าตาของโปรแกรมพยากรณ์อากาศ ที่มีการเปลี่ยนระบบการพยากรณ์จาก Yahoo ไปใช้ของ Weather Channel
  • เพิ่มปุ่มตัวเลือกเปิด/ปิด QuickType ได้ตามต้องการ
  • เพิ่มฟังก์ชัน WiFi Calling สำหรับใช้งานกับบางเครือข่าย *ในเมืองไทยยังไม่สามารถใช้งานได้
  • มี Wallpaper เพิ่มมาใหม่ 1 ภาพ


iOS 8 Beta ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ 
iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

อ่านต่อ » iOS 8 Beta 3 is out (Build 12A4318c)

iOS 7.1.2 is out!

เมื่อคืน Apple ได้ปล่อยตัว Update iOS 7.1.2 ออกมา ซึ่งจะเป็นการแก้ปรับปรุงและปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้

  • เพิ่มประสิทธิ์ภาพการเชื่อมต่อและความเสถียรของ iBeacon
  • แก้ข้อผิดพลาดในการโอนข้อมูลกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์อ่านบาร์โค๊ด
  • แก้ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับความปลอดภัยของไฟล์ที่แนบมากับอีเมล์

ถ้าคุณใช้ iOS 7.1.1 อยู่แล้ว ก็สามารถที่จะ update แบบ OTA (Over The Air) ได้แล้วครับ ผมเชื่อว่านี่อาจจะเป็น update ตัวสุดท้ายสำหรับ iOS 7 การ update ครั้งหน้าจะเป็นการ Update ไปเป็น iOS 8 ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคมเลยทีเดียว

 

 

 

Siri จะรองรับภาษาไทยเร็ว ๆ นี้

Apple เพิ่งจะเปิดรับพนักงานตำแหน่ง Siri Language Engineer หลายตำแหน่ง หลายภาษา ซึ่งมีภาษาไทยอยู่ในกลุ่มของตำแหน่งของพนักงานเหล่านี้ด้วย ชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ “Siri Language Engineer (Cloud Services Localization) – Thai”

ในรายละเอียดของคุณสมบัติของตำแหน่งนี้ ได้บอกเอาไว้ว่าจะต้องทำงานอยู่ที่ Apple ที่สำนักงานใหญ่ โดยจะทำงานร่วมกับวิศวกรที่ดูแลเรื่อง Siri โดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นทีมวิศกร Siri ที่เป็นทีมที่มาจากหลาย ๆ ประเทศ เน้นไปที่การพัฒนาให้ Siri สามารถพูดภาษาท้องถิ่นต่าง ๆ ได้ และแน่นอนคนที่จะมาตำแหน่งนี้จะต้องพูด/อ่าน/เขียนภาษาไทยได้ดี เพื่อที่จะสามารถพัฒนา Siri ให้สามารถใช้ภาษาไทยได้นั่นเอง

นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทำให้เห็นว่า Apple ได้เริ่มการพัฒนาให้ iOS รองรับกับภาษาต่าง ๆ ทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกับภาษาไทย จึงถือว่าเป็นข่าวดีมาก ๆ สำหรับผู้ใช้ชาวไทยทุกคนครับ ที่เหลือก็คือเพียงแค่รอดูว่าจะอีกนานแค่ไหน Apple ถึงจะพัฒนาให้ Siri ใช้ภาษาไทยให้พวกเราได้ใช้งานกัน (เสียที)

ถ้าคุณคิดว่าเป็นคนที่มีความสามารถเพียงพอ ก็ลองไปสมัครงานตำแหน่งนี้ดูนะครับ ด้วยการกดเบา ๆ ทีนี่ครับ

 

iOS 8 Beta 2 is out (Build 12A4297e)

เมื่อหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อยตัว iOS 8 Beta 2 ออกมาให้ update กันตามความคาดหมาย มีการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ใน Beta 1 หลายอย่าง และการปรับปรุที่พอจะสังเกตุได้ เช่น ในเรื่องของความเสถียร (Stable) ของการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมคงต้องขอสังเกตุถึงความแตกต่างอีกสักนิด แล้วจะนำมาแจ้งให้ทราบต่อไป

สำหรับท่านที่เป็น Developer หรือใช้งาน iOS 8 Beta 1 อยู่แล้ว ก็สามารถที่จะ update แบบ OTA (Over The Air) ได้แล้วครับ

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

iOS 8 Feature: Recently Deleted

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน ตอนนี้เป็นความสามารถใหม่ที่คล้าย ๆ กับ Recycled Bin ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่จะเป็นที่เก็บรูปที่เราลบออกจาก Camera Roll เอาไว้ก่อน ที่ Album ที่ชื่อว่า Recently Delete ซึ่งจะยังคงเก็บรูปนั้น ๆ เอาไว้จนกว่าเราจะเข้าไปลบออกจาก Album “Recently Deleted” อีกที หรือถ้าเราเปลี่ยนใจ เราก็สามารถที่จะเอารูปนั้น ๆ กลับมาไว้ใน Camera Roll ได้อีก

ในวันแรก ๆ ที่ผมใช้ iOS 8 Beta 1 ผมได้ลบรูปหลายรูปทิ้งไป แต่ก็ยังงงว่าทำไมถึงยังแสดงอยู่ใน Camera Roll เหมือนเดิม เหมือนกับว่าเป็นข้อผิดพลาด (Bugs) ที่ลบรูปไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นความสามารถใหม่ของ iOS 8 ที่เก็บรูปที่เคยลบออกไปไว้ใน Recently Delete นั่นเอง

**แต่ก็ยังเรียกว่าเป็นข้อผิดพลาด (Bugs) อยู่นิดหน่อย เพราะว่ารูปที่ลบแล้วควรจะหายไปจาก Camera Roll แล้วไปอยู่ใน Recently Deleted แทน แต่บางครั้งรูปที่ลบไปแล้ว จะยังคงแสดงอยู่ในทั้ง Camera Roll และ Recently Deleted

 

จากภาพด้านบน ถ้าเข้าไปที่โปรแกรม Photos ด้านล่างจะเป็นตัวเลือก Albums เมื่อแตะที่ Albums แล้วเลื่อนลงไปด้านล่างสุด จะพบว่ามี Album ที่ชื่อ Recently Deleted ที่จะเก็บรวบรวมรูปต่าง ๆ ที่เราเคยลบทิ้งไปแล้วทั้งหมด จากรูปข้างบนจะเห็นว่ามีทั้งหมด 22 รูป

 

 

เมื่อแตะที่ Album “Recently Deleted” ก็จะพบกับรูปทั้งหมดที่เคยลบทั้งหมด เมื่อเราแตะที่ “Select” ที่มุมบนขวา (ไม่ได้แสดงในภาพ) ก็จะมีตัวเลือกข้างล่างให้เราเลือก ลบรูปทิ้งทั้งหมด (Delete All) หรือว่าจะเรียกคืนรูปทั้งหมดกลับมา (Recover All) แต่ถ้าเราแตะที่รูปใด ๆ หรือหลายรูป ก็จะเป็นการเลือกรูปที่เราต้องการลบทิ้ง (Delete) หรือเรียกคืนรูปกลับมา (Recover) ได้ตามต้องการ

นี่เป็นความสามารถใหม่ใน iOS 8 ที่เตรียมเอาไว้ในกรณีที่ผู้ใช้เกิดเปลี่ยนใจ และต้องการรูปภาพหรือวีดีโอที่ลบทิ้งไปแล้วกลับมาใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เพราะถ้าผู้ใช้ไม่เคยเข้าไปลบรูปและวีดีโอออกจาก Recently Deleted พื้นที่เก็บข้อมูลใน iPhone/iPad ก็จะไม่ลดลงเลย ก็อาจจะเจอปัญหาของพื้นที่ในการเก็บข้อมูลเต็ม ทั้ง ๆ ที่คิดว่าได้ลบรูปและวีดีโอทิ้งไปบ้างแล้ว

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

 

iOS 8 Feature: iCloud Documents and Data

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน มาต่อกันที่เรื่องการจัดการข้อมูลบน iCloud บน iOS 8 ได้เพิ่มความสามารถในการจัดเก็บ Documents และ Data ไว้บน iCloud ได้หลากหลายชนิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับ Data ที่มาจาก App ที่อยู่ใน iPhone/iPad

ด้วยความสามารถนี้เอง จะทำให้เราสามารถนำ Data นั้น ๆ ไปใช้งานต่อได้บนเครื่อง PC/Mac ถ้ามีโปรแกรมชนิดเดียวกันอยู่บน PC/Mac ด้วย

จากรูปข้างบน คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมือผมเปิดโปรแกรม Plant Nanny เป็นครั้งแรกหลังจากที่เริ่มต้นใช้ iOS 8 Beta 1 ซึ่ง iOS 8 ก็จะทำการเก็บ Data ของ Plant Nanny ขึ้นไปไว้บน iCloud ซึ่งถ้าผมเปิดโปรแกรม Plant Nanny จาก iPad หรือ iPhone เครื่องอื่น ๆ ที่ใข้ Apple ID ตัวเดียวกัน ก็จะทำให้สามารถใช้ Data ของโปรแกรมนี้ต่อได้ในทันที

*แนะนำให้รอจนกว่าข้อมูลจะถูกนำขึ้นไปเก็บไว้บน iCloud จนสมบรูณ์ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและการสูญหายของข้อมูล ผมเคยยกเลิกขั้นตอนนี้ไปครั้งนึง พบว่า Data ของ Plant Nanny หายไปจนหมดสิ้น

นี่จึงเป็นความสามารถที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งานข้อมูลจาก iCloud ได้จากหลาย ๆ เครื่องพร้อม ๆ กันครับ

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

iOS 8 Feature: Contacts Suggestion

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน มาต่อกันที่ความสามารถเล็ก ๆ ที่ช่วยในการเพิ่มรายชื่อของคนที่เราติดต่อด้วยเข้าไปใน Contacts ใน iPhone/iPad ของเรา

 

จากภาพข้างบน จากในโปรแกรม Mail ที่ผมได้รับอีเมล์มาจากเพื่อนร่วมงานท่านหนึ่ง ตัว iOS 8 ตรวจพบว่า ผมยังไม่เคยมีรายชื่อของเพื่อนร่วมงานคนนี้ใน Contacts ของผม ก็เลยเสนอตัวเลือกให้ผมเพิ่มชื่อของเค้าเข้าไปใน Contacts ของผม ซึ่งผมสามารถที่จะเลือก Ignore ที่จะไม่เพิ่มรายชื่อของเค้า หรือเลือก Add to Contacts เพื่อเพิ่มรายชื่อของเค้าเข้าไปใน Contacts

ซึ่งเมื่อเลือก Add to Contacts แล้ว ก็จะเข้าไปที่โปรแกรม Contacts ที่จะแสดงข้อมูลของคนที่เรากำลังจะ Add ทั้งหมด ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เราสามารถแก้ไขหรือเพิ่มข้อมูลได้ตามต้องการ แล้วก็ Save เก็บเข้า Contacts ต่อไป

นี้เป็นความสามารถเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ iOS 8 ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้ดี

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4siPhone5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

 

iOS 8 Feature: QuickType

ตามที่เขียนข่าวไปเกี่ยวกับการเปิดตัว iOS 8 Beta 1 ผมอยากจะเขียนแนะนำความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้ชม/อ่านกัน เริ่มต้นด้วย QuickType ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ที่มาช่วยเหลือในการพิมพ์ข้อความบน iOS 8 ที่จะช่วยเดาคำที่เราจะพิมพ์ต่อไปให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งถ้าคำที่ตัว iOS 8 เดาขึ้นมาให้ตรงกับคำที่เราต้องการ เราก็เพียงแค่แตะที่ข้อความนั้น ก็จะเป็นการเลือกข้อความนั้นมาต่อกับประโยคที่เรากำลังพิมพ์อยู่ในทันที

QuickType ทำให้เพิ่มความรวดเร็วในการพิมพ์และลดความผิดพลาดขอระบบเดาคำ Auto correct ที่ใช้งานมาตั้งแต่ iOS 1 แล้ว และที่สำคัญ QuickType รองรับภาษาไทยด้วย ลองชมภาพประกอบกันครับ

ทดสอบ QuickType ภาษาไทย

ทดสอบ QuickType ภาษาอังกฤษ

จะเห็นได้ว่า QuickType ได้ช่วยในการเดาคำที่เราต้องการพิมพ์ต่อไปให้โดยอัตโนมัติ แล้วแสดงขึ้นมาในส่วนบนของคีย์บอร์ด เราต้องการคำไหน ก็เพียงแค่แตะที่คำนั้น ๆ

จากตัวอย่างในภาษาอังกฤษ บางครั้งที่ QuickType เดาคำให้เราและเน้นคำนั้นด้วยตัวหนังสือสีฟ้าบนพื้นสีขาว QuickType เดาว่าคำนั้น ๆ เราอาจจะพิมพ์ผิด จึงเสนอคำที่คิดว่าน่าจะใช่ขึ้นมาให้ แต่เราก็ยังสามารถเลือกคำที่เราต้องการจริง ๆ ได้ตามต้องการ

และนี่คือ QuickType หนึ่งในความสามารถใหม่ของ iOS 8 Beta

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) เท่านั้น จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่ง iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4s, iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2, iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

Apple เปิดตัว iOS 8 Beta 1

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iOS 8 Beta 1 ในงาน WWDC 2014 ให้กับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) ได้เริ่มต้นทดสอบใช้งานกันแล้ว ซึ่งกว่าผมจะมีเวลามาเขียนข่าวนี้ให้ได้อ่านกันก็ผ่านไปหลายวัน เนื่องจากว่างานประจำรัดกุมมาก ๆ ไม่มีพลังงานเหลือพอที่จะทำเว็บให้ได้อ่านบ่อย ๆ เหมือนเคย ^__^

iOS 8 Beta 1 ที่เปิดตัวมานี้ ก็เหมือนกับ iOS 8 Beta ในทุก ๆ ครั้ง เป็นการเปิดตัวมาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) ที่จะได้เริ่มต้นทดสอบระบบ iOS ใหม่ ให้เข้ากับ App ที่พวกเค้าพัฒนากันอยู่ ซึ่งจะไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผมจึงไม่แนะนำให้ผู้ใช้ทั่วไปติดตัังและใช้งาน iOS 8 ในขณะนี้นะครับ เพราะว่ายังมีข้อผิดพลาดและยังทำงานได้ไม่ดีนัก สำหรับ iOS 8 ตัวเต็มจะพร้อมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือประมาณช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนนี้ครับ

เอาเป็นว่าผมขอสรุปสั้น ๆ กับความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 8 ให้ได้อ่านกันนะครับ

  • iOS 8 เปิดตัวมาใหม่ ยังคงมีหน้าตาที่คล้ายกับ iOS 7 เดิม มีการปรับปรุงเรื่องการแสดงผลเล็กน้อย
  • Photos ในส่วนของ Photos มีการเพิ่มความสามารถในการตกแต่งภาพได้อย่างง่ายดายในตัวโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งสี ความคมชัด หมุนภาพให้ได้มุมที่ตรงและถูกต้อง , มีฟิลเตอร์ในการตกแต่งภาพให้เลือกเพิ่มขึ้น และปรับปรุงให้ทำงานร่วมกับ iCloud ได้มากขึ้น เน้นการแชร์รูปภาพระหว่าง iOS Devices หรือกับเครื่อง Mac
  • Camera เพิ่มความสามารถใหม่ ๆ ในการถ่ายภาพ เช่น Time lap ใช้ในการถ่ายวีดีโอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ถ่ายพระอาทิตย์ตกดิน, เพิ่มฟังก์ชันการนับถอยหลังของการถ่ายภาพ ทำให้สามารถตั้ง iPhone เอาไว้แล้วให้ถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ
  • Message เพิ่มความสามารถในการส่งข้อความด้วยเสียง ด้วยการกดปุ่มไมค์โครโฟนแล้วอัดเสียงข้อความที่ต้องการส่งไปได้ทันที, สามารถส่งข้อความเป็นวีดีโอที่อัดและส่งออกไปได้ในทันทีเช่นกัน, สามารถส่งภาพและวีดีโอได้พร้อมกันได้หลายภาพ, สามารถจัดการแชตแบบกลุ่มได้, สามารถแชร์ตำแหน่ง (Locations) ของเราให้กับคนที่เราสื่อสารด้วยได้
  • QuickType เป็นความสามารถใหม่ที่เพิ่งจะเพิ่มขึ้นมาใน iOS 8 เพื่อช่วยเหลือในการเดาคำที่เราจะต้องการพิมพ์ ทำให้พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และที่ประทับใจมาก ๆ ก็คือความสามารถนี้สามารถใช้กับภาษาไทยได้ด้วย ผมได้ทดสอบการใช้งานความสามารถนี้แล้ว ผมจะเอามาให้ชมกันต่อไป
  • iCloud Drive เป็นการต่อยอดความสามารถของ iCloud ที่ใน iOS 8 นี้ iCloud จะเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ได้มากขึ้น รวมไปถึงข้อมูลของ App ต่าง ๆ ทำให้สามารถใช้งานข้อมูลเดียวกันนั้นบน iOS Device เครื่องอื่น ๆ หรือบนเครื่อง Mac/PC ได้ด้วย ทั้งนี้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่มีพื้นที่ 5GB สำหรับเก็บข้อมูลบน iCloud ฟรี อาจจะพบปัญหาพื้นที่ไม่พอสำหรับการเก็บข้อมูล จนต้องซื้อพื้นที่ใช้งานเพิ่มเติม ซึ่งก็จะเป็นไปตามที่ทาง Apple วางเกมส์เอาไว้ เพื่อเรียกเงินออกจากกระเป๋าผู้ใช้เพิ่มขึ้นนั่นเอง ^__^
  • Continunity เป็นอีกหนึ่งความสามารถใหม่ของ iOS 8 ที่ผมชอบมากที่สุด ตามที่บอกเอาไว้กับชื่อของความสามารถใหม่นี้ Continunity เป็นความสามารถที่ผนวกการทำงานระหว่าง iPhone, iPad, และเครื่อง Mac เข้าด้วยกัน ผู้ใช้สามารถสร้างหรือแก้ไขข้อมูลต่อเนื่องจากบนเครื่อง iPhone, iPad, Mac ได้อย่างต่อเนื่อง และเรายังสามารถที่จะรับสายโทรศัพท์, ข้อความ (Message) จากบน iPad หรือเครื่อง Mac ได้ โดยที่ไม่ต้องแตะเครื่อง iPhone แม้แต่นิดเดียว และยังสามารถช่วยในการเชื่อมต่อ Hotspot บนเครื่อง iPhone ให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องแตะเครื่อง iPhone เช่นเดียวกัน
  • Health เป็น App ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาใน iOS 8 เป็น App ที่ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเรา สามารถช่วยในการดูและและจัดการข้อมูลสุขภาพได้ในโปรแกรมเดียว ทาง Apple ได้จัดเตรียม HealthKit เอาไว้ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการพัฒนาอุปกรณ์เกี่ยวข้องกับการออกกำลัง, อุปกรณ์การตรวจสอบสุขภาพต่าง ๆ สามารถเข้าไปใช้ความสามารถนี้ได้ร่วมกัน และอาจจะเป็นการเตรียมตัวเอาไว้สำหรับใช้งานร่วมกับ iWatch ที่มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

iOS 8 ยังมีความสามารถใหม่ ๆ อีกหลายอย่าง ที่ยังไม่ได้มีการพูดถึงในงาน WWDC 2014 เอาเป็นว่าผมจะเอาความสามารถเดิน ๆ แต่ละตัวมาให้ได้อ่าน/ชมกันนะครับ

iOS 8 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไประหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้กับ iPhone 4s, iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPod touch รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad 2, iPad Retina display, iPad Air, iPad mini และ iPad mini Retina display เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก www.apple.com/ios/ios8

 

Apple ประกาศจะถ่ายทอดสดงาน WWDC 2014

งาน World Wide Developer Conference 2014 (WWDC 2014) ที่ Apple จัดติดต่อกันทุกปี ปีนี้จะเป็นปีที่ 19 ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายน 2014 ที่อาคาร Moscone West ที่ San Francisco เช่นเคย ประวัติศาสตรหน้าใหม่ของการจัดงาน WWDC เกิดขึ้นทุกปี ซึ่งก็คือความรวดเร็วของการขายตั๋วเข้าร่วมงาน ที่หมดอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปี 2013 นั้น ตั๋วเข้าร่วมงานกว่า 5,000 ใบ ราคาเกือบ $1,500 ถูกจองและขายหมดไปภายในระยะเวลา 2 นาทีเท่านั้น

ปีนี้ ทาง Apple จึงเปลี่ยนเป็นการให้ลงชื่อจองเข้าร่วมงาน และจะทำการสุ่มผู้โชคดี 5,000 คนที่จะมีโอกาสซื้อตั๋วเข้าร่วมงาน ซึ่งตั๋วเข้าร่วมงานของปีนี้ราคา $1,599 ที่จะได้เข้าร่วมการอบรมเข้มข้นในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับ iOS และ Mac OS X

ในงาน WWDC 2014 ปีนี้ คาดว่าจะมีการเปิดตัว iOS 8 และ Mac OS 10.10 (ที่ยังไม่ได้มีการกำหนดชื่ออย่างเป็นทางการ) ยังไม่สามารถบอกได้ว่า Apple แอบอุบการเปิดตัวสินค้าอื่น ๆ อีกหรือไม่ ซึ่งที่พวกเราลุ้นกันมากที่สุดก็คือการเปิดตัว iPhone 6 ที่มีข่าวลือกันมากที่สุดในขณะนี้

และสุดท้ายทาง Apple ประกาศแล้วว่าจะทำการถ่ายทอดสดงานนี้ให้ได้ชมพร้อม ๆ กันทั่วโลก ในวันที่ 2 มิถุนายน 2014 เวลา 10:00น. ตามเวลาท้องถิ่นของ San Francisco ซึ่งจะตรงกับเวลาหลังเที่ยงคืนของคืนวันที่ 2 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย การที่จะชมการถ่ายทอดสดได้ จะต้องใช้โปรแกรม Safari 4 บน Mac OS X 10.6 ขึ้นไป หรือ Safari บน iOS 4.2 ขึ้นไป หรือ QuickTime 7 บน Windows และสำหรับ Apple TV รุ่นที่ 2 ขึ้นไปที่ใช้ OS 5.2 ขึ้นไปครับ

เอาไว้พบกันในวันถ่ายทอดสดนะครับ ถ้าผมไม่ขี้เกียจจนเกินไป อาจจะทำการ Tweet สด ๆ ให้อ่านกันบ้างครับ ที่: twitter.com/tpugorg

ข้อมูลเพิ่มเติม: developer.apple.com/wwdc

 

มาดูกันว่าผู้คนรู้สึกอย่างไรกับ Mock-Up iPhone 6

วีดีโอนี้คนจัดทำถ่ายที่ New York City เค้าเอาเครื่อง Mock-up ของ iPhone 6 ไปถามผู้คนว่ารู้สึกอย่างไรถ้า Apple เปิดตัว iPhone 6 มาในรูปแบบนี้จริง ๆ ลองไปชมกันดูครับ

*ผมชอบสำเนียงของคนอเมริกันจริง ๆ นะ ฟังง่าย เพราะความเคยชินส่วนตัว

ที่มา: iClarified.com

เมื่อผมสมัครงานกับบริษัทขายผลไม้

ช่วงเดือน กรกฎาคม ปี 2013 ตอนนั้นผมเดินทางไปปักกิ่ง เพื่อช่วยดำเนินการย้ายสำนักงานไปที่ใหม่ ผมได้รับการติดต่อจากฝ่ายบุคคลของบริษัทขายผลไม้จากคูเปอร์ติโน่ ประจำสาขาสิงคโปร์ เพื่อขอสัมภาษณ์งานในตำแหน่งที่ผมสมัครเอาไว้ก่อนหน้านั้น

สัมภาษณ์รอบแรก

ผมแจ้งไปว่า ผมกำลังเดินทางมาทำงานที่ปักกิ่งนะ เค้าก็ตอบกลับมาว่า จะสัมภาษณ์ด้วย FaceTime ซึ่งที่เมืองจีนน่าจะใช้งานได้ไม่มีปัญหา ผมก็เลยตอบตกลงนัดหมายวันและเวลากัน พอถึงวันและเวลาที่นัดหมาย ผมก็กลับไปที่โรงแรมก่อนเวลาเล็กน้อย เพื่อเตรียมเชื่อมต่อ iPad เข้า Internet ให้เรียบร้อยแล้ว และทดสอบการใช้ FaceTime กับครอบครัว 1 รอบ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

บรรยากาศการสัมภาษณ์เป็นไปแบบสบาย ๆ เป็นการพูดคุยกับทางฝายบุคคล ที่เป็นผู้หญิงชาวสิงคโปร์ เน้นการสอบถามถืงประวัติการทำงานของผมโดยภาพรวม พูดคุยถึงประสบการณ์ในการทำงาน และสอบถามถึงงานที่จะต้องทำที่บริษัทขายผลไม้นี้ เพื่อดูว่าเนื้องานนั้นจะตรงกับประสบการณ์ของผมหรือไม่ ซึ่งก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ผมสัมภาษณ์ไป 44 นาที ด้วย FaceTime ทั้งวีดีโอและเสียงแบบไม่ติดขัดเลย ทำให้พบว่า Apple นั้นออกแบบระบบ FaceTime ได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ เวลา 44 นาทีนั้น มีการรับและส่งขัอมูลเพียง 157 MB เท่านั้น นี่คือความสามารถของการออกแบบระบบการสื่อสารที่ทำให้โลกเล็กลงมาก อยู่ที่ไหน ๆ ก็สามารถติดต่อกันได้ทั้งภาพและเสียง เพียงแค่เข้าถึง Internet ได้เท่านั้น

 

 

นอกเรื่อง  เพราะความสะดวกและความสามารถของ FaceTime นี้เอง ทำให้ผมไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศไหน จะพยายามหา SIM 3G ของท้องถิ่นเอาไว้เสมอ เพื่อการติดต่อกับทางครอบครัวเป็นหลัก ไปเที่ยวที่ไหน ๆ ก็สามารถเอาภาพที่ตาเราเห็น ให้คนทางบ้านเห็นได้พร้อม ๆ กัน ประหนึ่งว่าเดินทางมาด้วยกัน ถ้าไม่มีคนอย่าง Steve Jobs เราก็อาจจะไม่ได้ระบบการติดต่อสื่อสารแบบนี้ก็เป็นได้

 

 

การสัมภาษณ์รอบสอง

ประมาณเดือนตุลาคม ผมได้รับการติดต่อกลับมาจากฝ่ายบุคคลคนเดิม แจ้งว่าให้เข้าไปที่สำนักงานบริษัทขายผลไม้ สาขาประเทศไทย เพื่อทำการสัมภาษณ์รอบที่ 2 และแจ้งให้ผมเตรียมทำ presentation อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับสินค้าของบริษัทขายผลไม้นี้ ผมก็เลยทำไปเรื่องที่เกี่ยวกับ iOS

เค้ายังแจ้งอีกว่า จะมีเจ้าหน้าที่ของทางเค้าประมาณ 10 คนในห้องที่จะสัมภาษณ์ผม ซึ่งมีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ผมก็สบาย ๆ เพราะว่าเคยโดนรุมสัมภาษณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว กลัวซะที่ไหน  นอกจากนี้แล้ว ยังระบุอีกว่าการแต่งตัวให้เป็นแบบ Business Casual ผมก็เลยไปถามเพื่อนผมที่ชื่อ Google ดูว่าการแต่งกายแบบ Business Casual นั้นเป็นแบบไหน คำตอบที่ได้ก็คือ ใส่เสื้อยืดได้ การเกงยีนส์ก็ได้ แต่ว่าอย่าให้มันฉูดฉาดและบ้าระห่ำจนเกินไป ซึ่งก็คือวัฒนธรรมแบบฝรั่งทั่วไป ที่ผมก็แต่งตัวแบบนี้ทำงานอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ใส่ชุดทำงานทุกวันนั่นแหล่ะไปสัมภาษณ์ได้เลย ^__^

เมื่อถึงวันสัมภาษณ์ ผมเดินทางไปถึงก่อนเวลาเกือบครึ่่งชั่วโมง ซึ่งเป็นมารยาทมาตรฐานที่เราควรจะไปถึงสถานที่สัมภาษณ์ก่อนเวลานัดสักหน่อย พอไปถึงแล้ว สักพักหนึ่งฝ่ายบุคคลท่านเดิมก็ส่ง iMessage* ถามผมว่ามาถึงหรือยัง ผมก็ตอบไปว่าอยู่ที่ห้องโถงของบริษัทของเค้าแล้ว เค้าตอบกลับมาว่าให้รอสักครู่ กำลังสัมภาษณ์อีกคนนึงอยู่

ผมรอไม่นานนักก็ถูกเชิญให้เข้าห้องสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นไปตามที่ได้รับการบอกกล่าวเอาไว้ มีคนอยู่ในห้องนั้น 10 คน รอเชือดผมอยู่ เป็นคนไทย 3 ที่เหลือคือฝรั่งชาวอเมริกันทั้งหมด พอทักทายกันนิดหน่อย เค้าก็บอกให้ผมเริ่มทำการ present ตามที่เตรียมมา และเค้าเสริมอีกว่า เค้าอาจจะให้ผมหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเค้าคิดว่าเพียงพอแล้ว และจะต่อด้วยการพูดคุยกัน แล้วผมก็เริ่มร่ายมนต์ presentation ของผม ระหว่างนั้นก็มีคำถามบ้างเล็กน้อย หลาย ๆ เรื่องเป็นเรื่องที่ผมเอามาเล่าใหม่ เช่น เรื่องวันและเวลาที่ iPhone เริ่มเข้ามาขายในเมืองไทยครั้งแรก ผมเห็นว่าเจ้าหน้าที่คนไทยบางคนนั่งนึกตามและพยักหน้าตามไปด้วย แสดงว่าเค้าจำได้เหมือนกัน  ^_^ ผม present ไปได้ประมาณ 10 นาที เค้าก็บอกว่าพอแล้ว

และก็เริ่มการคุยกัน ผมโดนคน 6 คนรุมถามเป็นภาษาอังกฤษในเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผม ตำแหน่งงานที่เค้าจะรับ มุมมองและความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวผลไม้ชนิดนี้ ถามถึงเรื่องร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลไม้ของเค้า และอีกมาก ใช้เวลาไปอีกประมาณ 20 นาทีเห็นจะได้ สุดท้ายก็จบและคุณฝ่ายบุคคลก็เดินออกมาส่งถึงหน้าประตูออฟฟิศและบอกว่าจะติดต่อกลับมา

* นี่เป็นอีกครั้งที่เค้าใช้ความสามารถและระบบพื้นฐานที่ Apple ออกแบบเอาไว้อย่างดี เอามาใช้ในการสื่อสารกับผมได้ฟรี ๆ ไม่ต้องเสียค่าส่ง SMS ทางไกลระหว่างประเทศ

 

สรุป

สองสัปดาห์ต่อมา ผมได้รับอีเมล์จากฝ่ายบุคคลคนเดิม บอกว่าผมไม่ผ่านการสัมภาษณ์รอบ 2 ที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้แจ้งเหตุผลที่ชัดเจน และบอกว่าถ้าผมมีข้อสงสัยอะไรให้ถามได้ ผมก็ถามไปเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับการตอบกลับมา ซึ่งก็ไม่เป็นไร

การที่ผมไม่ได้งานกับบริษัทขายผลไม้นี้ ถ้าถามว่าเสียใจหรือไม่? ผมตอบได้เลยว่า ไม่เสียใจ เพราะว่าการสัมภาษณ์งานก็เป็นแบบนี้ อาจจะมีผิดหวังบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมมีความรู้สึกเสียดายมากกว่า เพราะอยากไปเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัทขายผลไม้นี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร เค้าจะยังมีตำแหน่งต่าง ๆ เปิดขึ้นมาอีกแน่นอน เอาไว้สมัครใหม่ในวันหน้า และสุดท้าย ผมไม่ได้งานกับบริษัทขายผลไม้นี้ก็ดีนะ ไม่งั้นผมก็คงไม่ได้ทำงานในตำแหน่งที่ทำอยู่ตอนนี้ ^__^

 

ผมเขียนเล่าซะยืดยาว ขอขอบคุณที่อ่านกันจนจบ และคุณ ๆ อ่านแล้วไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าบริษัทผลไม้นี้คือบริษัทอะไร? ^______________^ เพื่อน ๆ ท่านใดมีความเห็นอะไรที่อยากจะแบ่งปัน ก็เมล์มาคุยกันได้นะครับที่ iamsk@outlook.com